ไดอารี่ 18 ก.ค. 52

posted on 19 Jul 2009 06:40 by anata9  in Diary

18 ก.ค. 52 (เสาร์)

วันนี้ตื่นมา 6 โมง ทำแซนด์วิชกินง่าย ๆ แล้วเอาเสื้อขาวใส่เครื่องซัก ออกจากห้องก็ 8 โมงครึ่งได้ ถึงมหาลัยก็เก้าโมง อาจารย์ยังไม่เข้า เอาเปเปอร์มานั่งแปลต่อ

วันนี้อาจารย์เข้าสายมาก 10.15 น. ได้  ก็สอน ๆ แถมไปอย่างรวดเร็ว สไลด์นี่ข้ามกันกระจุยเลย แต่กว่าจะเลิกสอนก็เที่ยงครึ่ง แถมเราต้องเอาเปเปอร์วิชานี้ให้อาจารย์ตรวจก่อนด้วย ได้คิวที่สองโชคดี รีบออกไปต่อคิวก่อน ก็ดูแปปเดียวก็ผ่าน เปเปอร์ 6 หน้า 12 คอลัมน์ แปลเหนื่อยอีกแล้ว เฮ้อ

ตอนเที่ยงก็เปลี่ยนบรรยากาศ ไปกินข้าวหมกไก่ ก็อร่อยดี 20 บาท แต่ไม่ค่อยมีผักเลย

ตอนบ่ายก็นึกว่าจะเรียนวิชาโปรแกรมมิ่ง กลับกลายเป็นเรียนวิชาสถาปัตย์คอม เพื่อน ๆ เอ๋อกันเลย อาจารย์เล่นเปลี่ยนวันสอนโดยไม่บอก แต่ก็ดีนะ แม้ไม่มีชีท แต่อาจารย์ที่สอนก็พยายามเน้นให้เราเข้าใจ แถมวันนี้ยืมไมค์มาได้อีก เลยได้ฟังอาจารย์ชัด ๆ ด้วย อาจารย์ก็สอนจนเกือบสี่โมง ก็มีการคุยเรื่องเงินห้องแล้วก็รายชื่อคณะกรรมการบัณฑิต โชคดีที่ไม่ได้โดน แต่ก็อยากทำนะ แต่พอมาคิด อืมม ถ้ามีประชุมไร ก็ลำบากเหมือนกัน

พอเลิกก็คุยกับเพื่อน เพื่อนก็ถามสิ่งที่เรียน ก็ต้องสรุปให้ฟังส่วนที่เพื่อนไม่เข้าใจกว่าจะออกจากมหาลัยก็ 5 โมงเย็นได้ ก็แวะท๊อปส์ก่อน ได้ทุเรียน ได้ของกินมาส่วนนึง ไม่สนใจแฟนแล้ว แม้จะไม่ชอบกลิ่นทุเรียนก็เหอะ แต่ที่ซื้อวันนี้มันห่ามหน่อย ไม่ค่อยมีกลิ่นเท่าไหร่

กลับมาก็ด้วยความหิวโซ เอาเส้นบะหมี่ที่เตรียมไว้ อุ่นแล้วก็โยนอะไรเท่าที่มีเวฟซะ ทำเสร็จราดด้วยซอสสุกี้ กินง่าย ๆ ตามด้วยทุเรียน

ตอนดึก แฟนเอามิโสะ มาทำซุปมิโสะ ก็สอนให้หั่นเต้าหู้ หั่นเห็ดเข็มทอง แล้วก็ต้มซุปมิโสะ ออกมาเค็มมาก เพราะใส่มิโสะไปหมดเลย แต่ถ้าตักมาครึ่งถ้วย เติมน้ำเปล่าไป ก็โอเค สงสัยต้องเติมน้ำไปในหม้อเสียแล้ว

ตอนเย็น เอางานของพี่สะใภ้ มาสร้างรีพอร์ทในโน้ตบุคตัวเอง ไม่มีปัญหาอะไร เฮ้อ เครื่องแฟนทำไม่ได้ สงสัยต้องลงโปรแกรมใหม่ เครื่องทีทำงาน ลงอีกเวอร์ชั่นนึง เลยแก้ไม่ได้ ก็ช่างมัน ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน แล้วค่อยให้พี่สะใภ้ดู

นอนก็ห้าทุ่มได้มั้ง ง่วงจริง ๆ

ไดอารี่ 17 ก.ค. 52

posted on 18 Jul 2009 06:30 by anata9  in Diary

17 ก.ค. 52 (ศุกร์)

เมื่อวานนอนไปสามทุ่ม ตื่นมาตี 2 ก็นั่งแปลเปเปอร์ ถึงตีห้าก็นอนต่อ ตื่นมาอีกที เจ็ดโมงครึ่ง ก็เอาโยเกิร์ตกับขนมปังมากินเป็นข้าวเช้าแล้วก็กินยาต่อ ตอนเช้าก่อนออก ก็หา mp3 ที่น้องสาวให้ยืมมา กว่าจะหาเจอ ไปทำงานสายเลย แถมไฟล์ที่โหลดมาฟังไม่ได้อีก เฮ้อ เซ็งเป็ด

ตอนเช้าก็ศึกษารูบี้เพื่อสอนน้องใหม่ ระหว่างศึกษา หัวหน้าก็เรียกไปคุยโปรเจคใหม่ ก็จด ๆ ๆ มึนเลย อะไรก็ไม่รู้ คุยเสร็จ ก็คุยกับรุ่นพี่อีกคน ยากดีแท้ มองภาพบางอย่างก็ไม่ออก

ตอนเที่ยงกินที่องค์การ แล้วไปจ่ายค่าโทรศัพท์

ตอนบ่าย ก็เรียกน้องเข้าไปสอนรูบี้ ก็เอาง่าย ๆ เท่าที่เรามีความรู้ ก็มีสร้างโปรเจคด้วย rails สร้าง controller ด้วย ruby script/generate controller รัน server ด้วย ruby script/server แล้วก็มีการสร้าง db script ด้วย ruby script/generaet scaffold สุดท้ายก็เอา db script ไปสร้าง database ด้วย rake db:migrate

กว่าจะสอนเสร็จก็สองชั่วโมงได้ มึนทั้งคนฟัง มึนทั้งคนพูด ออกมาก็ทำโน่นนี่ กะจะทำ design ให้หัวหน้าไป ๆ มา ๆ ก็แทบไม่ได้แตะ จนหกโมงครึ่งหัวหน้าก็กลับก่อน ส่วนเราก็ทุ่มนึง ช่วงนั้นก็เอาเสียงอัดของอาจารย์มาแปลงเป็น MP3 พอใส่ในมือถือก็ฟังได้ ไม่มีปัญหาอะไร

ขากลับรถติดมากๆ เลยเดินไปบิ๊กซีเลย ได้พวกขนมปัง แฮม ขนมกลับมา ถึงห้องก็นอนแปปนึง แล้วก็เอาเส้นบะหมี่กับกวางตุ้งมาลวกเก็บไว้กินพรุ่งนี้

หลังจากนั้นก็เปิดคอม จะทำงานต่อ ไป ๆ มา ๆ ก็ได้แต่อ่านเวป แล้วก็คุยกับเพื่อน มีแปลงานบ้าง แต่ก็ยังไม่เท่าไหร่ เฮ้อ ขี้เกียจอีกแล้ว นอนอีกทีเที่ยงคืนนิด ๆ

ไดอารี่ 13 - 16 ก.ค. 52

posted on 17 Jul 2009 04:09 by anata9  in Diary

13 ก.ค. 52 (จันทร์)

เปิดงานสำหรับอาทิตย์นี้แล้ว ตอนเช้าไม่มีอะไรทำสลัดกินเสร็จก็ไปทำงาน ช่วงเช้าก็แปลหนังสือสัญญาเข้าทำงาน ก็ปั่น ๆ ๆ จนเสร็จตอนเที่ยง ตอนกลางวันไปกินข้าวกับออฟฟิส คนเยอะมาก ไปกินที่อัมรินทร์พลาซ่าฟู้ดคอร์ท นั่งแยกกันสองโต๊ะ กินเสร็จก็นั่งคุยแล้วก็กลับออฟฟิส

ตอนบ่ายก็นั่งทำโปรเจคใหม่ต่อ นั่งทำ ER-Diagram จนพอเข้าใจว่าโค้ดปัจจุบันเป็นไง แต่วันนี้ปวดตาโคตร ๆ อาการเหมือนตอนก่อนเป็นโรคปลายสมองอักเสบเลย

ช่วงสี่โมงทางเจ้าหน้าที่โลตัสโทรมาทวงเอกสารสมัครบัตรเครดิต พูดจาไม่ค่อยดีเลย เฮ้อ อยากทำเป้าขนาดนี้เลยหรอ เดี๋ยวจะคอยดู ถ้ามียอดมาเก็บค่ารายปี แล้วเวฟไม่ได้ จะปิดมันซะตั้งแต่ปีแรกเลย

ตอนเย็นกลับมาก็ต้มมาม่ากิน ใส่ลูกชิ้นใส่ผัก กินเสร็จก็กินยานอน

14 ก.ค. 52 (อังคาร)

เช้าวันนี้ทำน้ำแกงสาหร่ายไปกินที่ทำงาน ก็อร่อยดี ส่วนข้าวเช้าก็สลัดผัก(อีกแล้ว) แล้วไปทำงาน มาถึงคนแรกเลยวันนี้ น้องที่อยู่หน้าออฟฟิสลา ก็เลยต้องเปิดประตูเอง เข้าไปถึงก็รีบส่งเอกสารให้ทางโลตัส เรื่องบัตรเครดิต ก็นะ ยังไงก็น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนได้(มั้ง)

ช่วงเช้ายังศึกษาโครงสร้างฐานข้อมูล แล้วลองเพิ่มข้อมูลเข้าไป ระบบก็สร้างให้อัตโนมัติ สงสัยเป็นข้อดีของ dynamic concept นี่เอง เออ อาการปวดหัวเมื่อคืนค่อยทุเลาหน่อย

ตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จก็กลับมาทำงานกันต่อ ไม่ค่อยมีอะไร เตรียมเอกสาร แล้วต้องเตรียมเรื่องที่จะให้เด็กใหม่ที่มาร่วมทีมเอาไปทำด้วย ตอนก่อนกลับหัวหน้าก็บอกให้พรุ่งนี้ทำ schedule ของโปรเจคนี้ส่งด้วย ก็นะ เฮ้อ ทำก็ทำ

ตอนเย็นก็เลิกงานแล้วหนีเลย อาการปวดหัวเป็นไข้เริ่มมาแล้ว ประมาณว่ามันขึ้นจมูก เริ่มรู้ตัวว่าเป็นหวัดแหง ๆ กลับมาถึงก็เอากับข้าวมาอุ่นกิน กินกับซุปไก่ แล้วก็เอาปลาหมึกที่เหลือมาใส่ซอสกระเพราเวฟซะ ได้กระเพราปลาหมึก (แต่ไม่กิน ให้แฟนกิน) กินเสร็จก็นั่งเล่นเนตจนถึงตีหนึ่งได้มั้ง ขนาดไม่สบายนะเนี่ย แหะ ๆ

15 ก.ค. 52 (พุธ) 

ตอนเช้าตื่นมาก็ทำสลัดเหมือนเดิม กินมาหลายวันชักเบื่อ แต่ทำไงได้ หลังจากนั้นก็ผัดข้าวผัดหมูยอ ตักใส่ถุงส่วนนึงไปกินเป็นข้าวเที่ยง อีกส่วนหนึ่งให้แฟนกินตอนเช้า

พอไปถึงที่ทำงาน ก็นั่งทำ schedule ส่งหัวหน้า ส่งไปเสร็จ ก็โดนตีกลับมาให้เพิ่มรายละเอียด แล้วก็เพิ่มโน่นนี่เข้าไปด้วย ก็แก้ไปแก้มา วันนี้ PM โทรมาบอกว่าเป็นหลอดลมอักเสบ แถมติดเชื้อไวรัส แล้วก็เม็ดเลือดขาวต่ำกว่าเกณฑ์ หมอบอกให้พักถึงวันจันทร์ ก็ต้องมานั่งแปลให้หัวหน้าเข้าใจ ศัพท์ยาก ต้องเปิดดิกตามด้วย

ตอนเที่ยงก็กินข้าวผัดที่ทำมานั่นแหละ กินเสร็จก็เดินไปจ่ายค่าโทรศัพท์ที่ทรู ปรากฎว่าเครื่องเสีย เซ็งหงะ รับได้เฉพาะเงินสด แล้วก็ออกบิลไม่ได้ เอ่อ จะใช้บัตรรูด แล้วต้องการใบเสร็จตัวเต็มเลยอดเลย เดินกลับไปทำงานต่อ นึกว่ามาเดินออกกำลังกายหลังกินข้าว

ตอนบ่ายก็อาการก็เริ่มแย่ ประมาณว่าเราเป็น หัวหน้าเป็น ไอ้เพื่อนข้าง ๆ ก็อาจจะโดนรมด้วยการไอ การจาม สงสัยจะไม่รอด วันนี้หัวหน้าแอบหนีกลับตอน 18.30 พอหัวหน้ากลับก็รื่นเริง 18.45 เป๊ะ เดินออกด้วยความไม่ต้องกลัว ก่อนกลับโทรบอกน้องให้เอายามาให้ด้วย

กลับมาแฟนกลับมานอนแอ้งแม้ง สบายเชียวนะมึง เลยโมโหนิดหน่อย เลยต้มมาม่ากินซะเลย กินคนเดียวไม่แบ่งใครด้วย แฟนมีงอน อยากกินก็ทำเองดิ ไม่สบาย ยังต้องหาแดกเองเลย มึงอะสบายดี ก็ทำเองซะ กินเสร็จน้องก็โทรมาพอดี ให้ไปเอายา + พะโล้ เอายามาก็กินเลย แล้วก็นอนตั้งแต่สามทุ่ม

16 ก.ค. 52 (พฤหัส)

ตื่นมาตีสาม ก็นั่งเล่นเนตเช็คเมล์ มาแอบหลับตอนตีห้า แล้วตื่นอีกทีเจ็ดโมงครึ่ง อาการค่อยยังชั่ว เหลือแต่แสบคอนิดหน่อย ยาดีจริง ๆ ร้านนี้ กินมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ได้ผลชะงักดี

ตอนเช้าเอาพะโล้กะซุปไก่มาอุ่นกิน ก็กินเป็นข้าวเช้าไป แล้วก็อุ่นเผื่อแฟนไว้จานนึง อาบน้ำเสร็จก็ไปทำงาน วันนี้มีเด็กใหม่มา 2 คน เพิ่งจบทั้งคู่เลย ตอนนี้ในออฟฟิสมีเด็กจบใหม่ 4 คน แถมมาจากที่เดียวกัน ตอนรับปริญญา คงหายพร้อมกันแหง ๆ อิอิ

ตอนเช้าก็ให้น้องเค้าลงเครื่องไปก่อน ส่วนเราไปคุยงานกับพี่อีกคน ออกมาก็ยังลงอยู่

ตอนเที่ยงกินข้าวคนเดียว กินง่าย ๆ ข้าวกระเพราหมู กินเสร็จก็เอา Computer Security มาสรุปบทที่ 1 ยังไม่เสร็จดีด้วย กินยาไปมันทำให้ง่วงนอน แต่ก็ทำให้อาการดีขึ้นก็ต้องกินแหละ

ตอนบ่ายเดินไปดู เห็นมีปัญหา วินโดวส์ที่ลงไม่มี SP อะไรเลย แถมตอนลง SP2 ก็ลงไม่ได้ ติดเรื่อง Product Key สุดท้ายให้ลงวินโดวส์ใหม่เลย เซ็งชิบ ถ้ารู้งี้ไม่ให้ลงแต่แรกแล้ว เสียเวลาไปครึ่งวันฟรี ๆ พอลงก็อธิบายเรื่อง Server เรื่อง Subversion แล้วก็งานที่จะให้ทำ สงสัยน้องเค้า เอ๋อ ๆ ไปเลย ทั้งคู่ไม่มีพื้นภาษา ruby กันก็งี้ แม้บอกว่าให้อ่านก่อนมาก็ตาม มันก็ยากนะ คิดว่างั้น

ก็กว่าจะอะไรเสร็จ ออกมาทุ่มกว่าแล้ว ก็รีบกลับ แฟนโทรมาว่าเอาไรเปล่า เลยออเดอร์น้ำเต้าหู้ไป แต่ปรากฎว่า มันซื้อลาบหมูมาด้วย เลยกินลาบหมูกับน้ำพริกมะขาม ส่วนพะโล้ก็ไว้กินพรุ่งนี้เช้า

วันนี้น้องสาวเอา MP3 มาคืน แต่ของแฟนเค้า ส่วนของเราแฟนเค้าเอาไปใช้ เออ แปลกดี แล้วเอายาจากที่บ้านมาให้เพิ่ม ก็ว่าอยู่ เมื่อวานเอามาให้กินแค่ 3 มื้อเอง ส่วนนี่เอามาให้อีกหลายมื้อ แถมเอาขนมปังมาฝากอีก

พอกินข้าวกินยาเสร็จ ก็นอนเลย นอนไปหนาวไป เหงื่อก็ออก รู้สึกแย่ ๆ ไงไม่รู้ เฮ้อ ไม่สบายก็ลำบาก

 

ไดอารี่ 11 - 12 ก.ค. 52

posted on 13 Jul 2009 06:49 by anata9  in Diary

11 ก.ค. 52 (เสาร์)

ตื่นมาตอนเช้า นั่งทำงานพี่ชายต่อ พอถึงเวลาก็ออกไปเรียนป.โท ตอนรอรถเมล์ตอนเช้า เจอคุณยายขายขนมครก แต่แบบแคะมือนะ ก็เลยซื้อมา 20 บาท สงสัยเพราะเตาแรก ไส้ขนมครกเลยไม่ค่อยอยู่ตัว ส่วนแป้งก็ไม่ค่อยกรอบ แต่เห็นวิธีทำแล้วนึกถึงสมัยเด็ก ๆ ที่เค้าเอาช้อนมาแคะขาย แต่ตอนนั้นอร่อยมาก ๆ

ตัวแป้งก็เหมือนกัน สมัยเด็ก ๆ เค้าจะเทไม่เต็ม แล้วจะเทกะทิผิวบน แต่ที่ซื้อวันนี้ เค้าเทเกือบเต็ม กะทินิดเดียว ทำให้รู้สึกไม่หอมหวานเท่าไหร่ จ่ายไป 20 บาท ได้มา 9 คู่ ก็แอบแพงนิดหน่อย แต่ช่วยไม่ได้ อยากกินเอง

ไปถึงก็เอาหนังสือไปคืน แล้วก็รีบไปเรียน ขนาดเข้าห้องเรียนเกือบสิบโมง อาจารย์ยังไม่มาเลย แต่นั่งไปซักแปป อาจารย์ก็เข้า สอนเลทไปถึงเที่ยงครึ่ง ส่วนตอนบ่ายอาจารย์งดเพราะไม่สบาย

ช่วงบ่ายเลยเข้าห้องสมุดซะ ไปหางานเปเปอร์วิชาตอนเช้า แล้วก็ยืมหนังสือ กว่าจะเสร็จก็บ่ายสามครึ่ง

ขากลับแวะโลตัส ได้หม้อมาใบนึง 190 บาท ขนาด 18 นิ้ว ก็โอเคไว้ต้มซุปอะไร คงสบายขึ้นเยอะ แล้วก็ซื้อผักไปทำสุกี้กินกับแฟนตอนเย็น ก่อนออกจากห้อง ก็แวะทำบัตรเครดิตโลตัสด้วย ไม่รู้คิดถูกคิดผิดเนี่ย เฮ้อ

 ถึงห้องก็ไม่ไหวหิวมาก เลยหาไรรองท้องไปก่อน เสร็จแล้วตอนทุ่มนึงก็ทำสุกี้กิน ทำเสร็จ เฮ้อ แฟนมันเอามาจานมานั่งกินกะสุกี้ เห็นแล้วเลยบ่นไปว่าทำไมไม่ใช่ชามหละ ใส่จานแล้วน้ำซุปกินไง มันก็เลยงอน กินเสร็จก็เอางานมานั่งทำจนถึงเกือบตีหนึ่งแล้วนอน

12 ก.ค. 52

ตื่นมาก็หกโมงแล้ว ตอนแรกกะจะตื่นไปวิ่ง แต่ตื่นไม่ไหว นอนต่อ ตื่นมาก็แก้งานแล้วก็อ่านนิยายในเนต ตอนเช้าวันนี้อาจารย์งดอีกแล้ว งดมาสามสัปดาห์แล้วนะเนี่ย กลัวเรียนไม่ทันจริง ๆ

เมื่อคืนทำซุปฟักทองไก่ไว้ ตอนเช้าระหว่างนั่งทำงาน ก็เอามาต้มต่อให้เข้าเนื้อ แล้วก็กินเป็นข้าวเที่ยง ส่วนตอนเช้าทำสลัดกิน

ตอนเที่ยงก็ออกไปเรียนวิชาช่วงบ่าย ถึงก็เกือบบ่ายโมง วันนี้คนมาช้ากันมาก อาจารย์เข้าแล้วมีแค่สิบกว่าคนเอง แต่พอเรียน ๆ ไปก็มากันเพียบ อาจารย์สอนเร็วเหมือนเดิม สองชั่วโมงก็จบแล้ว ก่อนกลับก็ถามอาจารย์เรื่องงานว่าต้องส่งเมื่อไหร่ แล้วส่งอะไรบ้าง จะได้บอกเพื่อนได้ถูกต้อง

พอเสร็จ ก็กลับบ้านเลย แวะท๊อป ได้ลูกชิ้น ขนมปังไส้กรอก กับมะม่วง ตอนกลับแดดจ้ามาก แต่พอซื้อของเสร็จ อืมม แดดไม่ค่อยร้อน เลยเดินกลับหอซะเลยดีกว่า ระหว่างทางไอ้บอยก็โทรมา ก็ปรึกษาเรื่องงานจ๊อบพิเศษ มันบอกว่ามันคิดหน้าละแปดร้อย แต่พี่เค้าให้ห้าร้อย เออ ฟีเจอร์เยอะโคตร แต่ให้ตังก์นี่ไม่สมกับเนื้องานเลย เราก็เลยบอกมันให้คิดดี ๆ ถ้าไม่คุ้มก็ปฏิเสธไป คุยไปชั่วโมงนึงได้ นานดีจริง ๆ

ตอนเย็น ก็กินบะหมี่ที่เหลือกับพวกอาหารที่เหลือ ๆ เริ่มเก็บของเก่าแล้ว ตอนดึกแฟนไปซื้อผลไม้ ก็เลยฝากซื้อน้ำเต้าหู้มา กลิ่นเต้าหู้สุดยอดเลย แถมไม่หวานด้วย อืมม หลังจากนั้นก็อ่านนิยายต่อ ถึงเที่ยงคืนได้ (ที่อย่างนี้ไม่อ่านหนังสือสอบ บ้าจริง ๆ)

นอนก็เที่ยงคืนครึ่ง พรุ่งนี้ทำงานอีกแล้ว เบื่อจัง

ไดอารี่ 5 - 10 ก.ค. 52

posted on 11 Jul 2009 05:45 by anata9  in Diary

5 ก.ค. 52 (อาทิตย์)

วันนี้อาจารย์ศิริชัยงดบรรยายช่วงเช้า แต่ก็ยังตื่นแต่เช้าเหมือนเดิมก็นั่ง ๆ นอน ๆ ดูหนัง กินข้าว ทำแกงเขียวหวานทิ้งไว้ด้วย ก็ใช้นมแทนกะทิ แปลก ๆ ดีน้ำมันใส ๆ ไม่ข้นแบบกะท

ตอนเที่ยงก็ออกไปเรียนวิชาคาบบ่าย อาจารย์สอนช้าลงจนเลิกราว ๆ บ่ายสามครึ่ง ฝนก็เริ่มตกเลยต้องนั่งเล่นเนตที่ห้องป.โท จนสี่โมงกว่า ๆ ห้าโมง ถึงออกจากตึก แต่ลิฟต์ปิดแล้วต้องเดินลงมา ยิ่งปวดขาอยู่ทรมานโคตร

ขากลับแวะซื้อของที่ท๊อป ก็ได้พวกขิง สาหร่ายแห้ง เห็ดหูหนูแห้ง ลูกชิ้นมาทำกิน ตอนกลับ ไอ้รถสาย 14 ที่รอ แมร่งจอดแช่ตรงแยกศรีย่าน นั่งรถผ่านมาจนซื้อของ จนไปรอ กี่ไฟแดงแมร่งไม่ยอมวิ่งข้ามมา ทั้ง ๆ ที่มีผู้โดยสาร แล้วมาถึงปากก็หมาเหมือนเดิม ไม่มีรถ ๆ ๆ แต่เห็นจอดกันตรึม ขับก็เฮงซวยจริง ๆ

กลับมาก็กินข้าว แล้วนั่งเล่นเนตแล้วก็นอน

 

6 ก.ค. 52 (จันทร์)

นัดน้องสาวมารับตอนเช้า  เพราะวันนี้วันหยุดจริงๆ เอกชนไม่ได้หยุดหรอก แต่เราได้หยุด เพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน วันนี้นัดที่บ้านไปกิน MK ตามรีเควสของท่านแม่ แบบว่าแม่อยากกินเป็ดย่างเลยตามใจเค้า ก่อนกลับก็ตบบัตร MK ของแฟนมา 400 บาท (ได้จากการไปงานคอมมาร์ท) ตอนเช้าไปกะน้องสาวแล้วนัดเจอพี่สาวทีเสรี แล้วก็กลับบ้าน

พอถึงบ้านพี่ชายก็พูดว่าอยากให้ทำโปรแกรมเก็บสต๊อกให้พี่สะใภ้ ก็ไม่ได้ทำฟรี เลยอืมม เคยทำคล้าย ๆ กันให้เด็กเอแบคเป็นโปรเจคจบน่าจะเอามาแก้ไขนิดหน่อยได้ เลยนั่งทำช่วงบ่าย ก็นั่งดีไซน์ฐานข้อมูล แล้ววางเลย์เอาต์หน้าจอคร่าว ๆ 

ตอนเที่ยงก็มีไปหาลูกค้าคนจีนของพี่สาวที่จะสอนภาษาไทย ก็ไปนั่งฟังเค้าคุยกัน ก็ไม่ยากนะ แต่ฟังไม่ออก ไปแค่ครึ่งชั่วโมง กลับมาก็ทำงานของพี่ชายต่อ

ตอนเย็นก็ไปกิน MK ที่โลตัสพลัสแถวบ้าน เปลี่ยนไปเยอะร้านผุดขึ้นมาเพียบ แต่ก่อนไปโลตัส ก็เตรียมของกลับบ้านด้วย  มีทั้งถังน้ำ ผัก ผลไม้ แถมที่บ้านทำน้ำพริกมะขามก็ติดกลับบ้านถุงนึง อร่อยดี

 ตอนกิน MK เราแวะไปซื้อ wrap ห่อของ แล้วมากินกับที่บ้าน ก็สั่งไม่เยอะ แต่แพงไรหว่า มีผู้ใหญ่กิน 7 คน กับเด็ก 2 คน รวม 1,400 บาท แต่ลดสมาชิก + คูปอง 400 ก็เลยเหลือแค่ 900 กว่าบาท สุดท้ายแม่จ่าย

ขากลับก็พาพี่สาวไปส่ง แล้วก็กลับหอเลย กลับมาก็นั่งทำงานโปรเจคพี่ชายต่อ เหนื่อยจริง ๆ

 

7 ก.ค. 52 (อังคาร)

วันนี้ที่ออฟฟิสย้ายหอ แถมวันหยุดเลยออกสาย รถไม่ติดเลยสบายจริง ๆ ตอนเช้าก่อนไปก็ทำแซนด์วิชกิน แล้วก็ออกไปทำงาน ไปถึงก็รีบเคลียร์โต๊ะ แล้วยกลงไปด้านล่าง ก็ได้น้องช่วยขนโต๊ะ จนเที่ยง ก็ขึ้นไปเฝ้าออฟฟิสแล้วรอขนโต๊ะที่จะเอาลง ช่วงนี้ได้พักหน่อย แต่ไปไหนมาไหนไม่ได้ พอเกือบบ่ายน้องก็มาตามว่า ข้าวเที่ยงมาแล้ว ไปกินได้เลย ก็เลยล๊อกออฟฟิสด้านบน แล้วลงไปกิน หัวหน้าเลี้ยงพิซซ่ากับไก่ทอด ซัดไป 3 ชิ้นครึ่ง กับไก่อีกราว  ๆ 1 ชิ้น อิ่มโคตร ๆ มือบวมในพริบตัว กินซะขนาดนี้ กินเสร็จ ก็ไปขนของต่อ แล้วก็มาช่วยกันจัดของด้านล่าง กว่าจะเสร็จก็ 5 โมงเย็น ก็กลับบ้าน

ขากลับไปเจอแฟนที่คิโนะ ก็ได้หนังสือเตรียมสอบ ก.พ. มา แล้วก็มีหนังสือลดราคาเพียบ เราซื้อภาษาไทย ส่วนแฟนซื้อนิยายอังกฤษ ตกเล่มละ 50 บาท 30 บาทเอง ถ้าอ่านอังกฤษคล่อง ๆ ซื้อเก็บไว้แน่ ๆ

เสร็จแล้วก็แวะซันมูลีน ซื้อขนมปัง หมดไปเกือบร้อยมั้ง จริง ๆ ก็ไม่ค่อยอยากให้ซื้อเท่าไหร่ เปลือง แพงด้วย ราคาขนาดนั้นกินข้าวดีกว่า ถึงห้องก็เอาแกงเขียวหวานไก่กับน้ำพริกมากิน กินเสร็จก็ทำงานต่อ เฮ้อเหนื่อยจริง ๆ

ก่อนนอนทำน้ำแกงสาหร่ายทิ้งไว้หม้อนึง อืมม ชิมแล้วใช้ได้ ๆ ใส่เต้าหู้ไข่ไก่ สาหร่าย ผักกาดขาว แล้วก็ลูกชิ้นหมู ทำไว้เผื่อพรุ่งนี้เช้า

 

8 ก.ค. 52 (พุธ)

เริ่มงานแล้ววันนี้ ตอนเช้าก็กินแซนด์วิชกับแกงจืดสาร่ายแล้วตักไปกินเป็นข้าวเที่ยงถุงนึง วันนี้ออกสาย แต่รถไม่ติด ไปทำงานทันด้วย ตอนเช้าโดนให้จับแปลเอกสาร ก็ไม่ยากมาก แต่ศัพท์บางอย่างไม่รู้ก็ต้องเสียเวลาค้น 

ตอนเที่ยงกินข้าวคนเดียว เลยเอาข้าวเทใส่แกงจืด เป็นข้าวต้มสาหร่ายไปเลย ก็นั่งเฝ้าออฟฟิสไปด้วย

ตอนบ่ายเตรียมพวกของที่จะต้องไปโรงงานพรุ่งนี้เพื่อเช็คเรื่องบั๊กโปรแกรม ก็นั่งไล่โค้ดก่อนไป แล้วก็ทำโน่นนี่ถึงเลิกงาน ก็กลับห้อง 

ขากลับแวะไปซื้อเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่เพาเวอร์บาย ราคา 1,194 บาท รับประกัน 2 ปี แถมหม้อใบนึงด้วย ก็กลับมาลองทำไข่เจียวดู อืมม ใช้ยากไม่เหมือนเตาแก๊ส แต่ร้อนเร็วใช้ได้ ก่อนนอนทำไก่ผัดขิงไว้กินตอนเช้าด้วย

 

9 ก.ค. 52 (พฤหัส)

วันนี้นัดน้องแต่เช้า 6 โมงกว่า ๆ ได้ ตื่นมาเกือบสาย ช่วงนี้งดยามา 2 - 3 วันแล้ว (ยาหมดแล้ว) เลยรู้สึกนอนได้นานขึ้น ก็คงจะดี ตื่นมาอาบน้ำแล้วก็ทำแซนด์วิชไข่ต้ม กับบะหมี่ลูกชิ้น แพ๊คใส่กล่องไปเผื่อน้อง แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่กิน เราก็กินคนเดียว ส่วนแซนด์วิชกลับถึงบ้าน พี่สาวกินครึ่งนึง อีกครึ่งเรากินบนรถ

กลับไปถึงก็นั่งแก้โปรแกรมตัวเองถึง 8 โมงครึ่ง ก็รีบลงมา เพราะนัดพี่เค้า 9 โมง พอใกล้ 9 โมงก็ออกไปรอ ข้ามถนนยากมาแถวบ้าน แถมแดดจ้าสุด ๆ ตายังปิดไม่ดี เจอแสงแดดจ้าๆ  แทบตายเลย

จากบ้านไปถึงโรงงานชลบุรี ใช้เวลาราว ๆ 1 ชั่วโมง 20 นาที ขึ้นทางด่วนตลอด ก็ค่อนข้างเร็ว พอไปถึงก็คุยกับพี่สันติราษฐร์ เรื่อง log file ก็ดู ๆ อืมม output ผิด เพราะว่าผ่านมาจนจบ แต่พอดู inpuit กลับถูก เลยนั่งหากันไปเรื่อย ๆ พอตอนเที่ยงก็รีบไปกินข้าวก่อน กินเป็นเกาเหลาน้ำตก แล้วเที่ยงก็ไปดูเครื่องที่มีปัญหา

ตอนแรกยังหาสาเหตุไม่ได้ เลยเอาโน้ตบุคไปแก้ที่โรงอาหาร จนเกือบบ่ายสายพี่เค้าโทรมาว่าเกิดเหตุการณ์แบบเดิม ก็ไปดู พี่เค้าบอกว่า เด็กยิงบาร์โค้ดแบบกดทันที ไม่ได้รอให้ judge เสร็จก่อน เลยขอให้เค้าลองอีกที อ่าา ก็จริงด้วย เลยแก้ฐานข้อมูลแล้วก็มาแก้โปรแกรม แก้เสร็จก็เจอบั๊ก ก็เลยต้องแก้ภาพรวม แถมเจออีกเรื่องคือโปรแกรมดันลบ log ทิ้ง เลยลบฟังก์ชั่นนั้นทิ้งไปก่อน

บ่ายสามแก้เสร็จก็เอาโปรแกรมลงให้เค้าเทสอีกรอบ อืมม ไม่มีปัญหา แต่ตัวที่สองที่ยิงจะไม่เข้าก็สังเกตุกันหละ 

วันนี้กลับจากโรงงานห้าโมงเย็น ไม่เข้าออฟฟิส แต่กลับบ้าน ถึงบ้านหกโมงครึ่งได้ ก็กินข้าว เขียนโปรแกรม ไอ้บอยโทรมาด้วย คุยไปมีเผลอหลับไปด้วย พอวางเสร็จก็นอนเลย สามทุ่ม ตื่นมาเที่ยงคืนไปปิดคอมแล้วก็นอนต่อ

 

10 ก.ค. 52 (ศุกร์) 

ตื่นมาหกโมงเช้า เพลียมาก ๆ เมื่อคืน สงสัยสะสมที่นอน 4 ชั่วโมงมา 2 อาทิตย์ ก็ลงมากินข้าว เจอพี่สาวตอนเช้าก็คุยเรื่องเงินยืม จะยืม หกหมื่นห้าเพื่อไปจ่ายค่าแชร์ให้แม่ แล้วถ้าทางท้าวแชร์ส่งมาก็จะคืนให้ เฮ้อ แชร์แสนนึง เปียได้ แมร่งให้มาสามหมื่นห้า อีกหกหมื่นกว่าเก็บไม่ได้ เซ็งกะคนพวกนี้จริง ๆ ทีอยากได้เปียมาก็เอาไป แต่พอส่งคืน แมร่งไม่ส่ง

ตอนเช้าออกเร็วหน่อยไปถึงเก้าโมงนิด ๆ ก็นั่งทำงาน เจอหัวหน้าก็อธิบายสาเหตุ เค้าให้เขียน Trouble sheet ก็เขียนไป แล้วพยายามดูโปรเจคใหม่เรื่อง environment ของระบบว่าต้องมีอะไร ความปลอดภัยต้องเซตอะไร ยังไม่ได้คิดเลย

ตอนกลางวันไปกินฟู้ดคอร์ทกับออฟฟิส สุดท้ายก็กินร้านมังสวิรัติ ไม่รู้กินไรดี ร้านนี้แหละ ผักเยอะด้วย

ตอนบ่ายวันนี้ง่วงนอนมาก คือปวดหัว ปวดตาอีกแล้ว เหมือนกับวันที่เริ่มเป็นโรค bell palsy เลย เลยแอบหนีไปงีบในห้องน้ำ 20 นาที วันนี้ทำไป 2 รอบ ค่อยดีขึ้น ก็อยู่จนเลิก ก่อนเลิกหัวหน้าเอาหนังสือสัญญามาให้แปลด้วย ก็ดูแล้ว ไม่ยากหรอก เพราะเคยอ่านพวกนี้มา แต่ศัพท์ต้องเปิดหลายคำ

ขากลับวันนี้รถไม่ติด แถมรถจอดรอไม่นาน ก็ถึงห้องก่อนสองทุ่ม แฟนโทรมาว่าจะซื้อเนื้อย่างนะ เราเลยขอส้มตำไปด้วย กลับมาก็เวฟบะหมี่มากินกับส้มตำเนื้อย่าง ส่วนคุณแฟนก็กินกับข้าวกล้องไป กินเสร็จก็นั่งแก้โปรแกรมต่อ เฮ้อ  อยากทำให้เสร็จ คุยกับพี่สะใภ้แล้ว เค้าจะให้ 5,000 บาท สำหรับโปรแกรมนี้ ก็รีบทำให้เสร็จ ๆ จะได้มีเงินมาใช้

นอนตีหนึ่งวันนี้

ไดอารี่ 4 ก.ค. 52

posted on 05 Jul 2009 05:32 by anata9  in Diary

4 ก.ค. 52 (เสาร์)

ช่วงเช้าที่ตื่นมา ก็เีขียนไปในไดอารี่วันศุกร์แล้ว แต่สรุป ตื่นตีหนึ่ง เพราะเมื่อคืนนอนเร็ว

วันนี้ตอนตีห้าออกไปวิ่งรอบวังมาก ๑ รอบ ใช้เวลาเบ็ดเสร็จออกไปจนกลับก็ 50 นาที ประมาณ 6 กิโลเมตรได้ ขาลากเลย ขากลับแวะซื้อปาท่องโก๋มากิน ไม่ได้กินนานมาก สิบบาทได้้หาตัว ก็เอามากินกับซุปแกงกะหรี่ไก่ อร่อยไปอีกแบบ เสร็จแล้วก็ผัดฟักทองไข่ขึ้นมา

แปดโมงครึ่งออกไปเรียน วันนี้อาจารย์มาเกือบสิบโมง แต่ปล่อยเลทไปสิบห้านาที เพราะมีคุยเรื่องโปรเจค ยังไม่ได้หาอะไรเลย

ตอนเที่ยงเฮ้อ กินก๋วยเตี๋ยวบกอีกแล้ว กินมาหลายอาทิตย์ ก็อยากกินผัก 20 บาทเองด้วย

ตอนบ่ายก็รออาจารย์มาสอน มาเลทไปครึ่งชั่วโมง ก็สอนแปปเดียว ตอนนี้แหละเพิ่งรู้ว่าลืมเอาที่ชาร์ตแบตมา เซ็งเลย แบกโน้ตบุคไป แต่ดันลืมเอาที่ชาร์ต เลยเล่นได้แปปเดียวต้องปิด ก็สอนไปเรื่อย ๆ จนจบก็พรีเซนต์งาน เฮ้อ ไม่ถูกเรียกซะที

กว่าจะพรีเซนต์งานเสร็จก็สี่โมงเย็น ก็อธิบายเรื่องโปรเจคของคอร์สนี้ ให้ทำอะไร ๆ ก็ว่าไป แล้วเราก็ไปงานแต่งเพื่อนที่โรงแรม SD Avenue แถวปิ่นเกล้า ไม่เจอตั้งห้าีปี ไม่อ้วนขึ้นกันนิดหน่อย ระหว่างรอ เราก็นั่งทำงานอาจารย์ไปจนแบตหมด ก็รอ ๆ จนเกือบหกโมง เพื่อนบอยกะเอิร์ธก็มา ก็ขึ้นไปที่งาน ไปนั่งรอ จองไว้โต๊ะนึงเลย เพราะนับแล้ว น่าจะเกือบทั้งโต๊ะที่เป็นพวกเรา คนไปก็สนิทกันอยู่แล้วกลุ่มนี้ เลยคุยได้ถูกคอ

งานนี้ขอบอกว่า กินโคตรอิ่มเลย คนก็มาเก้าคน แต่ชาติไม่ิกินอะไร ก็เลยนะ อืมมม เหลือแปด แถมเป็นผู้หญิงอีกสอง แต่เพื่อน ๆ ก็กินเก่ง แต่สุดท้ายก็ยังเหลือ เพราะอิ่มกันมาก ๆ

ขากลับออกมาสี่ทุ่มครึ่ง เพื่อนขับรถมาส่งที่หอ ก็สบายเลย

ส่วนแฟน มันได้ EOS 450D มาแล้ว เห็นว่ารูดแบบผ่อน 10 เดือน ตลกตรงที่ว่า แมร่งมีโปรโมชั่นผ่อน 10 เดือนกับบัตรเครดิต แต่เสือกมีชาร์ทค่าบัตร 2% แต่เพื่อนบอกว่า ก็ยังคุ้มกว่าเจ้าอื่น ก็นะ โอเคคุ้มก็คุ้ม เงินแฟนนี่ แล้วก็จ่ายเดือนละ 2500 ขนหน้าแข้งไม่ร่วงมั้ง แค่ประหยัดขึ้น คงหายอยากกล้องไปนาน

แต่ที่น่าโมโห ไอ้ผัดฟักทองผัดไข่ที่ผัดให้ตั้งแต่เช้า เราก็อุตสาห์ไว้ในเวฟ กะขึ้นมา ถ้ามันจะกิน ยังไงก็ต้องอุ่นแกงกะหรี่กับข้าวสวย ยังไงก็เห็น ก็ต้องกิน ที่ไหนได้ ไม่กิน แถมออกไปแบบไม่สังเกตุ แล้วก็ไม่เก็บ บอกว่าไม่รู้

ไ่ม่รู้บ้าไรตอนเช้าที่ผัด ก็นั่งเห็นอยู่ว่าผัด ในตู้เย็นไม่มี แล้วจะอยู่ตรงไหน โต๊ะก็ไม่มี กะทะก็ไม่ีมี เซ็งเลย เสียเปล่าไม่รู้

วันนี้ปวดขาแล้ว สงสัยเพราะวิ่งเมื่อเช้า แถมเหนื่อยทั้งวัน ตืนตีหนึ่ง นอนเกือบตีหนึ่ง 24 ชั่วโมงเต็ม เฮ้อ 

ไดอารี่ 3 ก.ค. 52

posted on 04 Jul 2009 01:33 by anata9  in Diary

3 ก.ค. 52 (ศุกร์)

เมื่อคืนนอนไปห้าทุ่มได้ ตื่นมาตีสามอีกแหละ เฮ้อ สี่ชั่วโมงเหมือนเดิม  ตื่นมาก้นั่งแปลเปเปอร์แล้วคุยกะพี่โจ ก็คุยไปเรื่อย ๆ จนหกโมงก็ทำสลัดกิน เป็นสลัดผักผลไม้ ใส่ไส้กรอกกับไข่ต้ม แต่แบ่งบางส่วนทำแซนด์วิชกิน ขนมปังจะหมดอายุ แต่เหลือสามแผ่นเลยเหมาหมดเลย จริง ๆ จะทำให้แฟนกินแหละ แต่แมร่ง เมื่อคืนทำตัว ไม่ทำให้แดรกดีกว่า

เจ็ดโมงครึ่งก็ออกจากห้องพักไปทำงาน ไปถึงแปดโมง พี่ที่โรงงานโทรมาตั้งแต่แปดครึ่ง มีปัญหาเหมือนเดิม แต่แก้โปรแกรมส่งให้เค้าเลยให้เค้าใช้โปรแกรมแก้แทนที่จะไปที่ฐานข้อมูลโดยตรง ก็โอเค ผ่านไปได้ ก็รอดูวันนี้ว่ามีปัญหาอะไรมั้ย

ตอนเช้าก็สรุปเรื่อง SFA ส่งให้หัวหน้าใหม่ แบ่งไฟล์เป็นอังกฤษและไทย  ก็ทำ ๆ ไปจนหัวหน้ามา ก็เรียกไปคุยเรื่องบั๊ก ก็ลองให้ปรินท์บาร์โค้ดที่มีปัญหา ก็ปรินท์มาแล้วลองสแกนดู ก็รับได้อะ เฮ้อ ปวดหัวจริง ๆ กับปัญหาบาร์โค้ดอ่านแล้วไม่ถูกแต่ดันผ่านเข้าโปรแกรมได้

ตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จ กะจะไปเปิดบัญชียูโอบีทวีทรัพย์ แต่ตู้เอทีเอ็มกสิกรดันแบงก์หมด ถอนมาฝากไม่ได้ เลยต้องมากลับออฟฟิสกลับมาน้องก็บอกว่า พี่ที่โรงงานโทรมาหา ก็เลยโทรกลับ เค้าบอกว่าเวลาโปรแกรม auto next lot แล้ว ข้อมูลไม่ถูกต้อง เลยมาหา ก็พบว่า ลืมใส่โค้ดตรงนั้น ก็ใส่เสร็จส่งให้ แต่ดัน To ตัวเอง เลยต้อง FW ไปให้พี่เค้าใหม่พร้อมกับขอ Log file จากพี่เค้า

ตอนบ่ายสามครึ่งก็ขอลากลับก่อน แวะซื้อของที่บิกซี ได้ของมาเต็มอีกแล้ว เฮ้อ บ้าซื้อของดีจริง ๆ เรานี่ ก็ได้สะโพกไก่มาโลนึง พวกปลากระป๋อง นมสด มังคุด ขนมขาไก่ ขนมปัง แต่่ส่วนใหญ่ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ราคาโดนใจจริง ๆ อย่างนม ตกขวดละ 20 บาทเอง ก้ถือว่าถูกมาก เบ็ดเสร็จ ไม่ถึงสามร้อย

ตอนกลับตอนสี่โมงเย็น รถติดมากเลย เฮ้อ กว่าจะถึงห้องห้าโมงกว่า ก็ีรีบแกงกะหรี่ไก่ ไม่ใช้กะทิ แต่ใช้นมสด ก็เอาไปต้มกับไ่ก่ ต้มพอสุกก็ใส่พวกมันฝรั่ง อะไรลงไป แล้วก็ต้มต่อไป จนนิ่ม ก็ใส่พริกแกงกะหรี่ แล้วเติมเครื่องปรุง เสร็จแล้วต้มต่อไป ส่วนข้าวก็หุงไว้ห้ากระป๋อง หยุดยาวหุงเผื่อไว้ดีกว่า

พอทำเสร็จ ก็ MSN บอกแฟนให้กลับมากิน ก็ค่อนข้างใจเย็นแล้ว ไม่งั้นไม่ทำหรอก คิดไปคิดมา บางทีทะเลาะกันก็เหนื่อย แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ คน ๆ นึงอาจจะเห็นว่าเล็กน้อย แต่อีกคนอาจจะไม่เห็นอย่างนั้น ถ้าไม่พูดก็คงไม่่รู้

พอแฟนกลับมาก็พูดเสียงดีหน่อย สงสัยยังรู้สึกผิด แล้วก็ถามเราว่าทำไมกลับไว เราก็เลยอ้างว่าปวดตา ก็ปวดจริงๆแหละ แแถมวันนี้ลืมเอายาหยอดตาไปด้วย  กินเสร็จ ก็นอนเลย

ตื่นมาอีกทีตีหนึ่ง เข้าห้องน้ำ เฮ้อ จานก็ยังไม่ล้าง เซ็งหวะ นอนตื่นมานึกว่าจะล้างให้ สุดท้ายต้องมาล้างเอง ทั้งจานทั้งหม้อ เฮ้อ ทำให้กิน จานต้องล้างให้ แถมล้างเสร็จ ฟักทองก็ไม่เก็บให้ บอกว่าไม่เห็น เออ ดี จานเบอเร่อ มีสองชิ้น บอกว่าไม่เห็น

พอบอกให้เอาขยะไปทิ้งให้หน่อย พรุ่งนี้จะเอาไป เฮ้อ ตามใจหน่อยเป็นมั้ยฟะ สรุป กูเดินไปทิ้งเองเลย เนื่องจากมันเป็นขยะสด พวกเปลือกผัก เมล็กผัก แล้วก็กระดูกไก่ ทิ้งไว้เป็นไง แมลงสาปมาเดินเล่นในห้องอะดิ เซ็งเลย

กลับมาบ่นเรื่องจาน แมร่งบอกไง เดี๋ยวพรุ่งนี้ล้างให้ ตูก็สวนกลับ อย่างนี้ไอ้ที่แดรกไปอะ ก็ไปแดรกพรุ่งนี้ดิ แมร่ง แดรกวันนี้ ล้างพรุ่งนี้ ก็ถ้าล้างพรุ่งนี้ก็แดรกพรุ่งนี้ซะ แล้วก็ถามกลับไปอีก พูดแบบนี้กี่หน แล้วทำบ้างมั้ย บางทีดองไว้สองวันสามวัน ล้างจานจะใช้เวลาซักเท่าไหร่ แล้วตอนตูทำกับข้าว ที่ต้องใช้จานมาใส่พวกผักหมู ไหนจะเขียง กะทะ หม้อ ถ้าไม่ล้างเลย ก็กองเป็นพะเนิน อยู่สองคน มันจะหนักหนาสาหัสไรฟะ

สรุป แมร่งจะบอกว่าเดี๋ยวจะทำตัวใหม่ ทำตัวใหม่บ้าห่าอะไร คบมาสามปี แมร่งสันดานไม่เปลี่ยน ต้องเรียกอย่างนี้ ถอนยากโคตร แล้วมาหาว่าเราขี้บ่น ก็ทำตัว ช่วยกินช่วยล้างหน่อยดิ คนไม่สบายแมร่งต้องตื่นมาล้างให้อีก

บางทีก็เบื่อหวะ ทำให้ ๆ ๆ สุขสบายเิกินตัว อยากอยู่คนเดียวแล้ว ทำเอง กินเอง ล้างเอง จัดเอง ไม่ต้องบ่นใคร ช่วงนี้ทำไมแมร่งมีแต่เรื่องทะเลาะกัน 

ไดอารี่ 2 ก.ค. 52

posted on 03 Jul 2009 03:31 by anata9  in Diary

2 ก.ค. 52 (พฤหัส)

ตื่นมาตีสี่วันนี้ นอนได้ 5 ชั่วโมง มากขึ้นหนึ่งชั่วโมง ตื่นมาก็นั่งแปลงานกับโหลดหนังเรื่อง Room of King เป็นหนังญี่ปุ่นจากบิทแห่งนึง ดูแล้วขนาดไฟล์วันเดียวเสร็จ แต่ต้องเปิดทั้งวัน

พอหกโมงก็ทำสลัดผักผลไม้ ใส่ไข่ครึ่งฟองกับไส้กรอกชิันนึง ราดด้วยโยเกิร์ต ส่วนของแฟน ทำข้าวหน้าไก่อบ

ตอนเช้าก็ถึงที่ทำงานพอดี ไม่เลท แต่ก็โดนลูกค้าโทรแต่เช้า ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ ตอนเช้าก็ส่งงานหัวหน้า หัวหน้าอ่านเสร็จก็ตีกลับให้ลำดับเรื่องใหม่ตอนบ่าย ตอนเที่ยงก็เอาเงินไปฝากประจำที่ UOB เฮ้อต้องฝากอีก 10 ครั้ง (10 เดือน) ถึงจะถอนออกมาใช้ได้ ฝากระยะยาวก็ดีแต่เหนื่อย วันนี้เห็นโปรโมชั่น ฝากออมทรัยพ์ทวีทรัยพ์ของยูโอบี ถ้าเงินฝากอยู่ระหว่าง  10,000 - ล้านบาท ได้ดอกเบี้ยเพิ่ม 0.50% ดูแล้วคุ้มกว่าฝากประจำอีก เพราะไม่ต้องโดนหักภาษี 15%

ตอนบ่ายลูกค้าโทรมา ประมาณเจอบั๊กๆ เฮ้อ เครียด ข้อมูลเข้าไปได้ไงหว่ายังหาสาเหตุไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ หัวหน้าเร่ิมว่าแล้วว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้จะกู้ข้อมูลไง

ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้แล้วกู้ข้อมูลกันง่าย ๆ คือสลับไปให้ทำงานได้ ก็ไม่ต้องใช้โปรแกรมใหม่ดิ เพราะของเก่ามันทำได้หมด ทำผิดจะแก้ก็แก้ได้เลย ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกต้องหรือเปล่า ที่ทำก็เพราะจุดนั้นไม่ใช่หรือ แต่สุดท้ายก็ต้องทำให้เค้าอยู่ดี นั่งแก้จนถึงหกโมงครึ่ง ส่งเมล์ไป แล้วก็หนีกลับ

ทุ่มนึงนัดแฟนไว้ ก็ไปเดินดูกล้องที่เซ็นทรัลเวิลด์ พอถึงแล้ว โอ้วน้อยนิด นึกว่าจะงานใหญ่เหมือนที่จัดที่พารากอน ก็ไม่ได้ดูอะไร เดินรอบเดียวก็ไปหาอะไรกิน ก็ไปกินโคบุเนะ อืมม ไม่แพง กินข้าวหน้าหมูทอด (90.-) แฟนกินข้าวราดแกงกะหรี่หมูทอด (120.-) แต่เราว่า มันจืดอะ เคยกินที่ซีคอนอร่อยกว่านี้ แถมอาหารสายพาน ก็สั่งไป 5 จาน (จานละ 25.-) ปลาดิบกับปลาซาบะย่างอร่อยมาก แต่ข้าวปั้นอย่างเซ็ง แมร่งเอาแห้ง ๆ แข็ง ๆ มาให้ อยากขอเปลี่ยนชิบหายเลย ตอนกินที่ซีคอนเค้าทำสด ๆ ให้ อย่างอร่อย มีชาเขียวรีฟิลด์ (แก้วละ 20.-) ก็โอเคนะ ชาเข้มข้นดี ไม่ใสกิ๊กแบบบางร้าน สรุปคืนนี้กินไป 421 บาท ก็แพงไรหว่า ฮ่าฮ่า (มันมี Service Charge 10% แต่ไม่มี VAT) ก็เลยราว ๆ นั้นไป

กินเสร็จก็ไปเดินดูของที่ Food Hall ก็ได้พวกลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นหมู โยเกิร์ต น้ำผลไม้ แล้วก็ซื้อเต้าหู้มาทำมิโสะซุปด้วย ตัวนี้หมดไปไม่ถึงสามร้อย แต่ได้ของมากินไม่ต่ำกว่า 5 มื้อ เฮ้อ ซื้อมาทำกินเองนี่คุ้มกว่าเยอะเลย

กลับมานั่งสาย 14 คันใหญ่กลับ แมร่ง จอดรอชิบหาย แถมพอถึงป้าย กดลงแมร่งก็ไม่จอด ไปจอดตลาด ตอนเสียเวลาเดินกลับมาสองป้าย

ตอนกลางคืน เข้าไปอาบน้ำ แฟนออกมาแล้วแมร่งปิดไฟ รอตั้งนานไม่มาเปิด เดินออกมาเปิด พออาบเสร็จ ก็เริ่มต้นทะเลาะเลย แมร่งเห็นอยู่ว่าเดินออกมาเปิด แล้วทำปากดีบอกว่าลืม ลืมห่าไร เห็นชัด ๆ ว่าเปิดห้องน้ำมาแล้วก็มาเปิดไฟอีกรอบ ขอโทษซักคำก็ไม่มี เลยเอาของที่จะทำกับข้าวทิ้งไว้เขวียงใส่ซะ แล้วก็ด่า ๆ ๆ มันก็ทำหน้าจ่อย คือด่าหมดอะ แถมช่วงนี้มันออกอาการ แดรกเบียร์มาตอนสิ้นเดือน สองวันยังแฮงก์ไม่เลิก ทำตัว แล้วมาออเซาะ ขอโทษ วันแรกอะเข้าใจ แต่เสือกแดกเองไม่ใช่หรอ ใครขอร้องหละ แดกซะอ้วกขนาดนี้

แล้ววันนี้ทำเป็นบ่น ไม่ค่อยสบาย เออ ไม่สบายก็ไม่ต้องชวนมาก็ได้ วันอื่นมีมาวันหลังก็ได้ มาแล้วนี่ขนาดเดินรอบเดียว ยังรู้สึกอย่างนี้ ถ้างานใหญ่เดินซักชั่วโมงไม่อ้วกคางานเหรอ กะจะชวนเดินดูโน่นนี่ ก็บอกว่าไม่ไหว อะไม่ไหวก็กลับ แมร่งกลับถึงห้องทำตัวอย่างนี้เซ็ง ที่เซ็งตัวเอง เอาดีวีดีมาเขวี้ยงทิ้งใส่พื้น สุดท้ายแผ่นแตกไป 2 แผ่น แล้วก็เป็นรอยอีกกี่แผ่นไม่รู้ เซ็งชิบหายคืนนี้ นอนเลย

ตัวแฟนมันรู้มั้ยน้อ ไอ้คนนี้อะแมร่งไม่สบายอยู่นะ นอนก็ยิ่งน้อย ๆ อยู่วันนึง 4 - 5 ชั่วโมง งานก็ต้องทำ กับข้าวก็ต้องทำให้กิน ตอนเช้ามาก็เตรียมให้ แล้วดูแลบ้างมั้ย ยาป้ายตาตอนแรก ๆ ก็ป้ายให้หรอก เดี๋ยวนี้ถามซักคำมั้ย อย่างแมร่งเมื่อวานกลับมาเร็ว อุ่นกับข้าวรอให้หน่อยได้มั้ย ทีตัวเองต้มมาม่ากินคนเดียว แมร่งใจจืดใจดำชิบหาย รู้ว่ากลับมาต้องกินข้าวกินยา เลทกินยามื้อเย็นไปสองชั่วโมง ถามบ้างมั้ย แล้วตัวเองอะแมร่งรู้ว่ายังแฮงก์ เสือกนอนไปตีหนึ่ง แล้วอย่างนี้จะให้เห็นใจมั้ย คงหยุดการเอาใจไปพักใหญ่ อยากแดรกอะไรทำเอง อยากทำไรทำเอง ไม่ทำให้กงให้กินแล้ว ตูทำกินคนเดียวนี่แหละ จะไม่คุยก็ตามใจ แมร่ง

ไดอารี่ 1 ก.ค. 52

posted on 01 Jul 2009 21:03 by anata9  in Diary

1 ก.ค. 52 (พุธ)

เมื่อคืนกะจะนอนตอนห้าทุ่ม แต่ไป ๆ มา ๆ ได้นอนตอนเกือบตี 3 คุณแฟนกลับมาตีสอง เมากลับมาแถมอ้วกอีก ดีนะไม่เลอะเตียง แต่เลอะห้องน้ำ เช้ามาเหม็นอิ๊บอ๋าย ต้องมานั่งล้างกันอีก

ตอนเช้าก็เอาอาหารที่ทำไว้เมื่อคืน ก็มีผัดผักกาดดองใส่ไข่ กับผัดกวางตุ้งไก่มากินเป็นข้าวเช้า ส่วนแฟนไม่กิน สงสัยยังมวนท้องอยู่

ตอนเช้าแปดโมง ที่ไซต์โรงงานที่เอาโปรแกรมไปลงเมื่อเดือนที่ผ่านมาวันนี้ใช้งานจริง โทรมาแต่เช้าเลยว่าโปรแกรมมีปัญหา แล้วก็ให้เราเช็ค เอ่อ (กำลังอาบน้ำพอดีเลย) เลยต้องมานั่งระลึก ทำไรไปบ้างหว่า

หลังจากนั้นก็ไปทำงาน ระหว่างอยู่บนรถพี่เค้าก็โทรมาบอกว่า รู้สาเหตุแล้ว สายแลนหลุด เอ่อ ... เซ็งหงะ ปัญหาทางโน้นนี่หว่า

พอถึงที่ทำงานพี่เค้าก็โทรมาต่อ แบบว่าข้อมูลเบื้องต้นผิด แล้วจะแก้ไข แก้ไปแก้มาพี่แกเล่นลบหมายเลขทิ้ง มิน่าหละ ให้หาหาไม่เจอ แล้วไปลบทำไม คำว่า Delete ไม่ใช่แก้ไขนะคร้าบบบ มันแปลว่า "ลบ" พอลบแหละงานนี้ เหนื่อยเลย ต้องมานั่งแก้เอง นั่งอธิบายไปจนถึง 11 โมง สงสัยค่าโทรศัพท์บานแน่ ๆ ดีนะของบริษัท

พออธิบายพี่เค้าจนสามารถกู้ข้อมูลส่วนนั้นขึ้นมา ก็ทำงานตัวเองต่อ หาพวก Sales Force Automate ก็หาจากหลาย ๆ ตัว หาฟีเจอร์ รายละเอียดต่าง ๆ ทั้งบ่ายเลย ปวดตาหงะ

ตอนเที่ยงกินข้าวกับรุ่นน้องสองคน กินเสร็จก็เดินไปดูของ ได้สมุดมาสองเล่ม เล่มละ 20 บาท แต่ดูดีแฮะ สวยดี made in japan ด้วย

ตอนบ่ายก็กลับมานั่งทำงานต่อ พี่ที่โรงงานโทรมาอีกตอนบ่ายสาม ก็ประมาณว่า อยู่ ๆ ยังไม่เต็ม ดันไปปิดงาน ขาดไป 1 ตัว แก้ไง เหอ ๆ ๆ พี่ ๆ ไปแล้วปิดเลย ช่วยไรไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องแก้มือให้เค้าต่อ ยังดีตัวนี้แก้แปปเดียวก็เสร็จ เสร็จก็จบ

สี่โมงโทรมาต่อ ประมาณว่า ทำไมผ่านการทดสอบที่เครื่องนี้แล้วไม่มีข้อมูล ก็ถามกลับไปว่า ข้อมูลถ้าดูในเครื่องมีมั้ย คำตอบคือ "ไม่" ถ้าไม่มีเราก็ดึงไม่ได้เหมือนกัน ต้องเช็คกันดี ๆ แล้วหละอย่างนี้

ห้าโมงเพื่อนโทรมาถามเรื่อง Windows Server 2003 มันลง SP2 แต่เครื่องบูทไม่ขึ้น ก็คุย ๆ ไป แล้วมานั่งทำงานต่อ พอหกโมงแฟนโทรมาบอกว่า วันนี้ไม่ไปดูกล้องแล้วนะ ยังออกอาการแฮงก์อยู่ เลยกลับ เออดี อุตสาห์จะพาไปกินโคบูเนะ เลยนั่งรถกลับบ้านเลยหลังเลิกงาน

กลับมาประตูห้องล๊อกกลอน แต่ตัวเสือกเข้าห้องน้ำ แมร่งจะเข้าห้องน้ำก็เอากลอนออก ล๊อกแต่ลูกบิดเป็นมั้ยฟะ แถมเจอสภาพไมโครเวฟเน่า แมร่ง ต้มมาม่าในไมโครเวฟ น้ำหกกระจายเต็มถาดแก้ว ไม่เอาไปล้าง โคตรโมโห(หิว)เลย ไหนจะต้องกินยา ไหนจะต้องมาเวฟเข้ากิน เซ็ง โมโหเลย เลยยกถาดไปให้ล้างเดี๋ยวนั้น

ล้างเสร็จก็เวฟอาหารที่เหลือเมื่อเช้ากิน หิวชิบเลย เซ็งด้วย วันนี้อารมณ์แมร่ง ขุ่นไปเลยกลับมาเจอสภาพแบบนี้

ไดอารี่ 30 มิ.ย. 52

posted on 30 Jun 2009 21:27 by anata9  in Diary

30 มิ.ย. 52 (อังคาร)

วันสุดท้ายของเดือนแล้ว เย้

เมื่อคืนนอนแบบไม่อาบน้ำ แหะ ๆ เหนื่อยมากจริง ๆ หลับไปตั้งแต่ห้าทุ่มได้ แต่ไฉนเช้านี้ดันตื่นตั้งแต่ ตี 3 ครึ่ง เซ็งเลย ตื่นมาทำไร ก็นั่งเล่นเวปดีกว่า ก็ไปดูกระทู้พันทิพย์ ห้องอาหาร ไปหาอาหารตา น่ากินดีจริง ๆ

พอซักตีห้า ก็เอาข้าวที่กรอกไว้ในหม้อไปซาวน้ำแล้วก็หุงขึ้นมา แล้วแอบหนีไปงีบกะแฟนอีกครึ่งชั่วโมง ตื่นมาอีกทีก็หกโมงครึ่ง ข้าวสุกแหละ แต่ทำไรต่อดี ก็นั่งเล่นเนตต่อหละกัน ไม่ทำไรเลยจริง ๆ

พอเจ็ดโมงก็เอาน้ำแกงมาอุ่นกินกับข้าว ใส่ไส้กรอกกะทอดมันด้วย แบ่งเผื่อไว้ให้แฟนอย่างละสองชิ้น กินเสร็จก็กินยา อาบน้ำ ส่วนแฟนตื่นมาก็ไปอุ่นกินเหมือนกัน ประหยัดไปอีก 1 มื้อ

วันนี้ตอนเช้ารถเมล์ไม่ติดเท่าไหร่ ถึงที่ทำงาน 9 โมงนิด ๆ  เอาเงินที่แฟนยืมไปเข้าธนาคารก่อนแล้วก็ขึ้นออฟฟิส

ตอนเช้านั่งอ่านงานที่จะต้องทำต่อ แต่อ่านไปอ่านมา ก็ทำอื่น ๆ จิปาถะ ตอนเที่ยงก็กินข้าวแล้วตอนบ่ายลูกค้ามา เข้าไปนั่งฟังลูกค้าอธิบายถึงงานที่จะต้องทำ เหนื่อยใจ เพราะลูกค้าไม่ใช่คนไทยอะสิ ฟังไปก็นั่งจดไป ได้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็พอรู้เรื่อง พอลูกค้าหนีไปสูบบุหรี่ เราก็ออกมา แล้วปล่อยหัวหน้าคุยกับลูกค้าไปสองต่อสอง

พอห้าโมงก็เดินมาบอกว่า โปรเจคได้แล้วนะ เริ่มได้เลย เหอ ๆ ก็คิดว่าได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาจะเริ่มไงมากกว่า เฮ้อ เหนื่อยใจ มันเป็นอะไรที่ไม่คล่องเลยเครียด แต่ก็พยายามไม่เครียด เดี๋ยวโรคตีกลับ

ทุ่มนึงก็ออกจากออฟฟิส ขึ้นรถมินิบัสได้ แต่กว่าจะผ่านประตูน้ำได้ (จากสี่แยกราชประสงค์ ไปแยกประตูน้ำ) ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็ม เซ็งเป็ดเลย พอเลยมารถก็วิ่งได้เรื่อย ๆ ดีนะมินิบัสที่ขึ้นไม่จอดรอที่อนุเสาวรีย์นาน เข้าแปปเดียวออกเลย เลยกลับถึงห้องสองทุ่มครึ่ง

กลับมาด้วยความหิวโซ ก็เอาน้ำแกงที่เหลือเมื่อเช้า ใส่ไส้กรอกที่เหลือ ใส่หมูยอ ทำเป็นน้ำแกงไปซะ แล้วเอาขนมปังมาแทะเล่นรอเวฟให้ร้อน กินเสร็จก็กินยา แล้วเอาไก่ที่หมักไว้ไปเวฟดู อืมมม หน้าตาไม่ใช่ สงสัยไม่ได้ใช้พวกซอสหอยนางรมมั้ง เลยไม่ค่อยดำ ครั้งหน้าเอาใหม่

อืมมม วันนี้เงินเดือนออกด้วย ได้เบี้ยเลี้ยงทีไปต่างจังหวัดมาอีก 400 บาทด้วย โชคดีจัง

ส่วนอาการวันนี้ รู้สึกขยับริมฝีปากได้มากขึ้น เพื่อนบอกว่าดูเหมือนดีขึ้น แต่ระหว่างที่นั่งกลับมา ก็คุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์อีกคน คุยจนรู้สึกว่า เวลาคุยนาน ๆ ริมฝีปากมันจะขยับไม่ได้ค่อยได้แฮะ สงสัยใช้งานหนักไป