ไดอารี่ 29 มิ.ย. 52

posted on 29 Jun 2009 22:02 by anata9  in Diary

29 มิ.ย. 52 (จันทร์)

และแล้วก็เปิดทำงานจนได้ วันนี้ตื่นมาเจ็ดโมงครึ่ง แปลกดี วันไม่ต้องไปทำงานดันตื่นตีห้าครึ่ง วันไปทำงานตื่นเจ็ดโมงครึ่ง เหมือนจะรู้ว่าต้องนอนเยอะ ๆ อิอิ

ตื่นมาก็เช็คคอมก่อน เมื่อคืนดันไปทำปลั๊กหลุดก่อนที่จะดับ กลัวฮาร์ดดิสก์จะพัง เครื่องแฟนซะด้วยไม่ใช่เครื่องเรา พอเช็คโอเค ก็เอาบะหมี่ที่เหลือจากทำข้าวซอยเมื่อวาน มาทำบะหมี่กวางตุ้งน่องไก่ให้แฟน แต่เส้นเหลือนิดหน่อย เลยเอามาคลุกกับน้ำข้าวซอยแล้วใส่ลูกชิ้นกะผักกวางตุ้งกินเป็นมื้อเช้าง่าย ๆ

ทำเสร็จก็อาบน้ำนั่งจัดโน่นนี่ถึงแปดโมงก็ปลุกแฟนกินบะหมี่ซะ อืมม ช่วงนี้จะพยายามทำข้าวเช้าไว้ จะได้ประหยัด ๆ กันหน่อย มื้อนึง 30 บาท อาทิตย์นึงก็ 150 บาทแหละ ก็คงทำง่าย ๆ คิดไว้หลายเมนู แต่ในตู้เย็นทำไมมีแต่ไก่เนี่ย ฮ่าฮ่า

วันนี้ออกไปตอนเช้า ดูแล้วฝนน่าจะตก แต่ไม่ได้ติดร่มไป เพราะร่มอยู่ที่ทำงาน ก็ออกไป รถไม่ติดมากแปลกใจ ก็ถึงที่ทำงานไวพอควร คนที่สองของออฟฟิส

พอไปถึงที่โต๊ะ โอ้วว มีจดหมายมาด้วย ของ AIA เป็นเงินชดเชยที่เข้าโรงพยาบาล ได้มา 1800 บาท (2 กรมธรรม์) รู้งี้บอกหมอ นอนอีกวัน ก็ได้ 3600 บาทแล้ว แต่ก็ยังไม่คุ้มหละ เพราะยังขาดทุนไป 50 บาท แล้วก็มีจ่ายอื่น ๆ ไปอีกสองพันกว่าบาท เฮ้อ สรุป ขาดทุนไป สองพันสี่ร้อยบาทได้

ตอนเช้าหัวหน้าก็เรียกไปคุยเรื่องโรคที่เป็นอยู่ เค้าก็บอกว่าถ้ายังไม่ไหวก็หยุดต่อได้นะ แต่เราคิดว่าควรมาทำได้แล้วหละ ก็คุยเรื่องงานว่าคงจะเริ่มเดือน 7 - 8 นี้ ต้องเสร็จภายในสองเดือน ก็นั่งฟังอย่างเอ่อ จะทำได้มั้ยน้อ

วันนี้เพื่อน ๆ ก็ถามอาการ เราว่าอาการไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ ยังคุยอู้อี้อยู่ แต่ก็ไม่คิดไรแล้ว ทำใจได้แล้วหละ ส่วนงานวันนี้ไม่มีอะไร นั่งทำโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ จนหมดเวลางาน รู้สึกนั่งทำงานแล้วมึน ๆ ไม่เหมือนนั่งพักเล่นคอมตามสบายเลย ยอมรับว่าสงสัยเพราะตัวยาที่กิน กินไปแล้วมึน มีแอบไปงีบในห้องน้ำด้วย ฮ่าฮ่า

ส่วนเรื่องอย่างอื่น สายตาก็นั่นแหละ เพราะนั่งเพ่งคอมนาน ๆ ก็รู้สึกล้า แห้ง วันนี้หยอดน้ำตาเทียมแทบจะทุกชั่วโมงเลย

พอเลิกงานทุ่มนึงก็หนีกลับ แต่ฝนดันตกอีก เฮ้อ เหนื่อยใจ แต่ก็เย็นดี ดูแล้วรถก็ไม่ติดด้วยเลยแวะบิ๊กซีหน่อย ก็ได้ผลไม้มา 3 อย่างแหนะ ได้ แก้วมังกร 3 ลูก 18 บาท แอปเปิลเขียว 6 ลูก 39 บาท แล้วก็มังคุด โลนิด ๆ (โลละ 22 บาท) แล้วซื้อนมสด ทอดมัน หมูบด น่องไก่ (7 น่อง 40 บาท) ก็โอเค เบ็ดเสร็จ 191 บาท

ออกจากบิ๊กซีแล้วมารอรถเมล์ เฮ้อวันนี้รถเมล์ที่จะกลายหายเกลี้ยง แมร่งฝนตกทีไร สาย 14 วิ่งแค่อนุเสาวรีย์ตลอด เซ็งอิ๊บอ๋าย หมดระยะสวนลุม แมร่งตัดซะอนุเสาวรีย์ เลยรอรถเกือบครึ่งชั่วโมง

กลับมาถึง ก็รีบทำข้าวเย็นกิน ก็ต้มแกงจืดผักกาดขาว ใส่หมูบด เห็ดเข็มทอง แล้วก็ลูกชิ้นหมู ดันใส่น้ำซะเยอะ เซ็งเลย พอต้มเสร็จ ก็แบ่งไว้กินพรุ่งนี้เช้า อีกส่วนเอามาต้มใส่มาม่ากิน ก็อร่อยดี แต่น้ำเยอะไปหน่อย เลยซดน้ำ เหลืออีกส่วนกะไว้กินตอนเช้า แต่แฟนโทรมาถามว่ามีไรกินมะ เลยให้กินมาม่าไปหละกัน

กินข้าวเสร็จก็กินยาซะ เฮ้อ กินยาทีตอนสามทุ่ม ดีจริง ๆ กินเสร็จ เอามังคุดมากิน ก็โอเคเลย

 จริงๆ เดี๋ยวนี้ซื้อผลไม้ตามตลาดสด ความรู้สึกเหมือนโดนโกงตาชั่งตลอดเลย ขายถูกก็จริงนะ แต่ได้ไม่เต็มโลนี่ เซ็งจิต ซื้อในห้าง บางทีแพงกว่าข้างนอก แต่ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องว่าจะโดนโกงมั้ย ผลไม้บางอย่างราคาอาจจะเท่ากันด้วยซ้ำ แต่เลือกได้ เอาเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องฟังพวกแม่ค้าบ่นเวลาซื้อไม่เต็มโล หรือเอาแค่ครึ่งโล

 

ไดอารี่ 28 มิ.ย. 52

posted on 28 Jun 2009 21:30 by anata9  in Diary

28 มิ.ย. 52 (อาทิตย์)

 วันนี้ก็ยังคงตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม ตีห้าครึ่ง ก็อาบน้ำ ร้อนมาก ๆ ขอบอก แล้วก็นั่งเล่นเนต ตอนเช้าทำง่าย ๆ ขนมปังไส้กรอก กับแอปเปิลลูกนึง

พอเจ็ดโมงครึ่ง เริ่มเอาอาหารมาทำแหละ วันนี้ตั้งใจทำข้าวซอยไก่ให้แฟนกิน ก็ไม่เคยทำมาก่อน ดูจากบลอกพี่คนนึงในพันทิพย์ ดูแล้วทำไม่ยากเลย ตอนเช้าเลยต้มไข่ก่อน กินไม่กินไม่เป็นไร เก็บไว้ทานวันหลังได้ ก็ต้มไปห้าฟองเลย

หลังจากนั้นก็เอาไก่ที่ซื้อเมื่อคืนมาละลายน้ำแข็ง แล้วก็หั่นผักกาดดองเก็บไว้ หลังจากนั้นก็ปอกหอมแดงกับกะเทียม ทำอะไรเสร็จ ก็ลวกเส้นบะหมี่ขึ้นมา ซื้อมาเป็นเส้นกลมเซ็งเลย บิ๊กซีไม่มีเส้นแบนขาย ก็ลวกไป 7 ก้อน ติดกะทะอีก เฮ้อ เครียด แต่ยังดี ที่คน ๆ ไปเรื่อย ๆ พอลวกเสร็จก็ล้างน้ำแล้วก็คลุกน้ำมันไว้พักใส่ทัปเปิลแวร์

หลังจากนั้นก็เอาไก่มาหั่นส่วนอก ส่วนน่องก็บั้งไว้นิดหน่อย เตรียมเสร็จก็จะเก้าโมงแล้ว ก็เอากะทิมาผัดแล้วใส่เครื่องปรุงโลโบรสข้าวซอย แล้วเอาไก่ลงไปผัด พอผัดไปได้ซักพักก็เทกะทิทั้งหมด (500 มล) รู้สึกว่าเยอะไป แต่เทไปหมดแล้ว อ้วนแหง ๆ กะทิทั้งนั้น หลังจากนั้นก็ปรุงด้วยน้ำปลากะน้ำตาล แล้วก็ต้มไปเรื่อย ๆ

พอแฟนตื่น ก็จะสิบโมง เราก็เอาเส้นอีก 3 ก้อนมาทอดกรอบ แต่ไม่กรอบกว่าที่คิด สงสัยใช้น้ำมันน้อยไป หลังจากทอดเส้นบะหมี่เสร็จ ก็เอาพริกป่นไปผัดกับน้ำมัน

พอจะเริ่มกินก็ตักให้แฟน อิอิ หน้าตาก็คล้าย ๆ แหละ แต่รสชาติมันไม่หอมเท่าที่ขายกัน ขาดไรน้อ แต่แฟนก็กินไปอย่างไม่บ่น (บ่นดิ คราวหน้าไม่ทำให้กินแล้ว)

ก็กินเสร็จสิบเอ็ดโมง เราก็แอบจิ๊กกินของแฟนไปด้วย อิ่มเลย พอกินเสร็จก็เอาของไปล้าง แล้วก็อาบน้ำ เฮ้อ ร้อนจริง ๆ อาบเสร็จ แฟนชวนไปดูกล้องที่ CTW แต่ไม่ไปหงะ ร้อน เพลีย ช่วงนี้นอนน้อยด้วย เลยแอบงีบตั้งแต่ 11 โมง (กินเสร็จนอน อ้วนตาย) แต่ตอนก่อนนอน ก็รู้สึกนิ้วมันบวม ๆ สงสัยข้าวซอยไก่แหง ๆ ก็กะทิทั้งนั้นนี่นาเนอะ

ก็นอน ๆ ๆ ตื่นมาอีกที บ่ายสามกว่า นอนไป 4 ชั่วโมงแหนะ ก็รู้สึกดี แต่มันเหนียวตัว ร้อนมาก เหงื่อออกเต็มเลย ตื่นมาก็อาบน้ำต่อ เฮ้อ หน้าฝนแต่ร้อนดีจริง ๆ

ตอนเย็น โทรหาน้องสาวมาลองกินข้าวซอยดีกว่า ก็เลยโทร มาถึงก็ห้าโมงนิด ๆ ก็จัดแจงให้กิน น้องสาวบอกว่าอร่อยดี ไก่นิ่มมาก ก็ต้มตั้งแต่เช้านี่ ส่วนน้องก็เอาเค้กบลูเบอรี่กับพายอะไรซักอย่างมาให้ อร่อยดี ก็กินไปคุยไป กินเสร็จก็ขนไมโครเวฟที่เสียกลับบ้าน เผื่อที่บ้านเอาไปซ่อมให้ อิอิ

หลังจากนั้นก็ขึ้นมาเคลียร์ของกิน ก็เอาจานไปล้าง เพียบเลย แต่ก็โอเค เหลือน่องอีกน่องนึง กับเส้นนิดหน่อย พรุ่งนี้เช้าคงทำให้แฟนกินก่อนไปทำงาน ประหยัด ๆ ช่วงเช้า

วันนี้ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ทำข้าวซอย นอน ตื่น กิน เตรียมตัวไปทำงานพรุ่งนี้แล้ว อิอิ

ไดอารี่ 27 มิ.ย. 52

posted on 27 Jun 2009 22:22 by anata9  in Diary

27 มิ.ย. 52 (เสาร์)

เมื่อคืนนอนว่าดึกแล้ว ตื่นเช้ามาตีห้ากว่า ๆ อีกแหละ เซ็ง ทำไมช่วงนี้ถึงได้นอนน้อยมาก เพราะยาที่กินด้วยหรือเปล่า ตอนแรกกะจะไปวิ่งแถวรอบวัง แต่ไป ๆ มา ๆ ความขี้เกียจมันมากกว่า เลยนั่งทำโน่นนี่จนเจ็ดโมง ก็ทำสลัดแอปเปิลกิน ก็ใส่แอปเปิลแดงลูกนึง มะเขือเทศลูกนึง ไข่ต้มใบนึง แล้วก็ไส้กรอกสองชิ้น ราดด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย ก็เป็นอาหารเช้าที่อิ่มสบาย ๆ

พอแปดโมงกว่า ๆ ก็ออกไปเรียนป.โท ก็ไปถึงเก้าโมงพอดีเข้าห้อง แต่กว่าอาจารย์จะมาโน่น เกือบสิบโมง เฮ้อ ปากก็ยังไม่หายดี พูดลำบาก สงสารเพื่อน ๆ ต้องมานั่งฟังเราพูดแบบอู้อี้จัง

พอเลิกเรียนตอนเที่ยง ก็คุยกับอาจารย์เรื่องงาน เค้าก็บอกว่าเปเปอร์เค้าเป็นเจอร์นัล หรือคอนเฟอร์เร้นท์ก็ได้ แต่ต้องพรินท์มาให้อาจารย์ดูก่อนว่าจะยอมให้ทำมั้ย

ตอนเที่ยงก็ไปกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยวบกอีกแหละ สามอาทิตย์ติดแล้ว มีแต่ผักอร่อยดี 20 บาทเองด้วย

หลังจากนั้นก็ขึ้นไปห้องคอมป.โท ครั้งแรกเลยที่เข้า แต่พอใช้งาน ดันใช้งานเนตไม่ได้ เพราะติด proxy เรียนมาจะครบเดือน เอกสารป.โทอะไรก็ไม่ได้ จะใช้เนต ใช้บริการของมหาวิทยาลัยก็ลำบาก ทำงานโคตรช้าจริง ๆ (จ่ายตังก์เดือนเมษายน ป่านนี้ยังไม่ได้บัตรนศ. ใบเสร็จ ใบแทน ใบเล่นเนต อะไรเลย)

ตอนบ่ายก็รออาจารย์ เพราะอาจารย์มีคุยกับ TA เลทเข้าห้องไปครึ่งชั่วโมง ร้อนมากรอนอกห้องเรียนนี่ พอเริ่มเรีนยก็ไม่มีอะไรมาก ก็สอนได้ไม่ถึงชั่วโมงก็พรีเซนต์งาน

ตอนพรีเซนต์ ตัวโปรเจคเตอร์ที่ฉายมันโฟกัสได้เฮงซวยมาก อาจารย์ตอนสอนคงมองผ่านคอมเลยไม่รู้สึก แต่พอมาฟังนศ.พรีเซนต์ ก็ถามว่า สายตาครูแย่หรือโปรเจคเตอร์แย่ พวกนศ.ก็บอกว่า โปรเจคเตอร์ คงต้องมาจูนกันใหม่อีกหลายรอบ (รีโมทถ่านก็หมด)

วันนี้กว่าจะเลิกเรียนก็สี่โมงเย็น เฮ้อ เลยโทรเลื่อนแฟนไปบิกซีสะพานควายจากห้าโมงเป็นห้าโมงครึ่ง ขากลับนั่ง 117 ไปลงสะพานควายกับเพื่อน เพิ่งรู้ว่า สาย 117 กับ 97 นี่ แม้จะไปสะพานควายเหมือนกัน แต่สาย 117 ไม่ได้ไปอ้อมเส้นกรุงเทพนนท์ มันตรงไปสะพานควายเลย เร็วกว่าเยอะด้วย แต่ถ้าต้องไปอนุเสาวรีย์ ก็สาย 97 ดีสุด เพราะแม้จะอ้อม แต่ก็สายเดียวถึง

พอไปสะพานควายก็เดินไปจตุจักรไปซื้อหนังสือให้เพื่อน ๆ แบบว่าจตุจักรลด 20% จาก 300 เหลือ 240 บาท ก็คุ้มกว่า เพื่อนฝากซื้อสามคน ตอนเดือนไปฝนก็ตกมาพอดี เลยเปียกนิดหน่อย ซื้อเสร็จก็เดินกลับมาบิกซีเลย

พอเจอแฟนเราก็หิวจนไม่ไหวแล้ว ห้าโมงครึ่งแล้ว ก็เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่มะระในฟู้ดคอร์ท 25 บาท ก็โอเค ไม่ถูกไม่แพง กินเสร็จก็ทานยาเลย แล้วเดินไปดูไมโครเวฟ

สุดท้ายกว่าจะได้ ได้ไมโครเวฟของชาร์ปมา รุ่น 250 ราคา 2170 บาท ก็ราคาไม่แพงมาก แบบอนาลอกธรรมดา แล้วก็ไปซื้อกับข้าวมาทำ ได้น่องไก่ อกไก่ พวกซอส ผลไม้ ขนมปัง ไก่ย่างสูตรโบราณ (ไม่อร่อยเลย เซ็ง) แล้วมีซื้อพวกแหนม ลูกชิ้น ไส้กรอก ก็แฟนจ่ายนี่ เบ็ดเสร็จ หมดไปสามพันบาท ก็โอเคนะ

ตอนจะกลับ บอกแฟนว่า นั่งสามล้อเลยมั้ย น่าจะไม่แพง ก็คิดว่า จากบิ๊กซีไปหอ ไม่น่าเกิน 50 บาท เพราะแท็กซี่ก็ราว ๆ 60 บาท (เคยนั่งมาก่อน) ที่ไหนได้ แมร่ง บอกว่าถ้าไปแถวหอคิด 100 บาท บ้าเปล่าฟะ ไม่ถึง 5 กิโลเมตร 100 บาท โขกเกินไปแล้วมั้ง ผมก็ไม่ต่อ ไม่สนใจเลยแมร่งบอกราคาแบบนี้ เฮงซวย เลยเดินไปทางออก โชคดีได้แท็กซี่มาพอดี ก็ไป นั่งสบายกว่าเยอะ แอร์ด้วย เบ็ดเสร็จ 61 บาท ถูกกว่าสามล้อตั้งแยะ

กลับมาก็กินไก่ย่าง แม่งไม่อร่อยจริง ๆมันแห้ง ๆ แถมกระดูกแยะ แฟนก็บ่นว่าซื้อมาทำไม ไก่ย่างห้าดาวยังอร่อยกว่าแยะเลย เฮ้อ ซวยเลย หลังจากนั้นก็ล้างพวกจานชามขึ้นมา พรุ่งนี้จะลองทำข้าวซอยกินดู เตรียมเครื่องไว้หมดแล้ว เหนื่อยจริง ๆ วันนี้

ไดอารี่ 26 มิ.ย. 52

posted on 26 Jun 2009 21:24 by anata9  in Diary

26 มิ.ย. 52 (ศุกร์)

ศุกร์สุดท้ายที่จะได้หยุดแล้ว เมื่อคืนนอนไปตีหนึ่งกว่า ๆ แต่ดันตื่นมาตีห้าครึ่ง ก็เฮ้อ ตื่นแล้วก็ตื่น เอาข้าวสารที่กรอกไว้เมื่อคืน (ข้าวขาว 3 กป. + ข้าวกล้อง 1 กป.) มาซาวน้ำแล้วก็หุง เพื่อแฟนเลยนะเนี่ย (หรือเพื่อตัวเราเองหว่า ประหยัดค่าข้าว)

พอเจ็ดโมงครึ่งก็ปลุกแฟนมากินข้าว (ปกติตื่นแปดโมงโน่น) ก็ตักให้กิน ก็แอบชิมด้วย แฟนบอกว่าไก่ร่วนดี ก็เล่นต้มตุ๋นไว้ทั้งคืน (ใช้เตาความร้อน ปิดไว ปิดฝาหม้อ มันก็เลยคล้าย ๆ อบไปในตัว)

ก็กินไป เหลือพอทาน 2 มื้อ ก็ไว้กินกลางวันมือนึง อีกส่วนให้แฟนกินตอนเย็น

กินเสร็จ กะจะไปหาหมอที่โรงบาลสำโรง เพราะทำประกันสังคมที่โน่น ก็กะจะไปนั่งรถฟรีไป แต่เซ็ง รอจะขึ้นสายนึงไม่มา ก็ย้ายไปขึ้นอีกสายนึง แบบว่า รอสายนั้น สายนี้มา รอสายนี้ สายนั้นมา สุดท้ายไม่ได้ไป เฮ้อ

เรื่องการปล่อยรถฟรีก็แปลก สายนึงนั่งรอ 3 คัน มีแต่รถเสียตังก์ พอจะเดินกลับ มา 3 คัน รถฟรีหมดเลย แมร่ง ปล่อยภาษาห่าไรก็ไม่รู้

สุดท้ายก็กลับมาพักที่ห้อง กินข้าวเที่ยงก่อน แล้วบ่ายโมงก็นั่งปอ.ทางด่วนไปเลยดีกว่า ไปถึงก็เกือบบ่ายสาม ก็ไปขึ้นชื่อ ก็หาหมอในส่วนของประกันสังคมก่อน หมอก็ถาม ๆ แล้วก็ส่งต่อไปยังส่วนโรงพยาบาล เพราะโรคของเราไม่มีหมอเฉพาะทางในส่วนของประกันสังคม

พอส่งตัวเสร็จ ก็พบหมออีกท่าน ก็คุยแปป เค้าก็บอกว่า ให้พบหมอด้านสมองเลยดีกว่า ก็รอ แล้วก็ได้พบ ก็คุย ๆ ๆ ตอนไปพญาไท หมอบอกว่า 9 เดือน ที่นี่ให้กำลังใจดีกว่า บอก 2 เดือน น่าจะดีขึ้น ก็ถาม ๆ แล้วก็จัดยามาให้เหมือนกับทางพญาไท แต่ว่าลดจากวันละ 3 มื้อ เหลือ 2 มื้อ แล้วให้ยาหยอดตากับยาป้ายตามา

ก็นั่งรอ ๆ จนได้ยา ก็ไม่ต้องเสียอะไรเลย ดีแฮะ ตอนไปพญาไท เจอแค่ยา (ไม่มียาหยอดตา) ก็พันนิด ๆ นี่ไม่เสียเลย แต่ทำไมหมอนัดอีกทีตั้งเดือนหน้า แต่ยาที่ให้ ให้อาทิตย์เดียวเอง แปลกดี

หลังจากนั้นก็กลับบ้าน ที่บ้านก็เริ่มสังเกตว่าปากเป็นไร เราก็บอกว่าปากเจ็บ แม่ก็สังเกตุ ยังไม่บอกเค้าเลย แต่ก็อ้างไปเรื่อย ๆ กลับถึงก็ยังดี ใกล้มื้อเย็น ที่บ้านทำยำวุ้นเส้น อร่อยเลย แถมเค้ามีซื้อเต้าฮวยมาฝากเราด้วย เลยโซ้ยซะอิ่ม

ขากลับเอาหม้อสุกี้ที่ไม่ใช้แล้วมาใบนึง จิ๊กพวกมะนาวผักผลไม้มาด้วย อิอิ ก็นะ

 ออกจากบ้าน 6 โมง ถึงหอพักสองทุ่ม รถโคตรติดเลย น้องสาวบ่นอิ๊บ

กลับมาก็อุ่นซุปไก่ให้แฟน ดูดิ แฟนไรเนี่ย แทนที่จะทำเอง บอกขี้เกียจทำ ดีจริง ๆ แต่ก็ไม่มีปัญหา ส่วนเราปอกแก้วมังกรกินอีกลูก แล้วอย่างนี้จะผอมมั้ยเนี่ย กินทั้งวันเลย

ปล. วันนี้แฟนซื้อผงข้าวซอยมาแล้วหละ ซื้อมา 2 ห่อ แล้วก็ซื้อโลโบแกงกะหรี่ไก่มา 3 ห่อ (ซื้อมาทำไมตั้งแยะฟะเนี่ย)

ไดอารี่ 25 มิ.ย. 52

posted on 26 Jun 2009 21:14 by anata9  in Diary

25 มิ.ย. 52 (พฤหัส)

วันนี้มีนัดหมอไปฝังเข็ม ตอนแรกกะจะไปตอนเช้า แต่ไป ๆ มา ๆ ไปตอนบ่ายดีกว่า ตอนเช้าก็ชิว ๆ กินข้าวเช้าและกลางวันก่อนไป จะได้ประหยัดค่าอาหาร (หมดเมื่อวานไปหลายร้อยแล้ว)

ตอนเช้าก็นั่งเล่นเนตทั่วไป ทำโน่นนี่ นั่งแก้ Adsense ใหม่เลย จัดวาง Code ใหม่หมด จะได้รู้ว่าแต่ละคลิกมาจากจุดไหนบ้าง

พอบ่ายโมงก็เดินออกจากหอ เดินไปหัวเฉียว วันนี้เดินเส้นเลียบวังออกไปทางยมราช แล้วเข้าโบ๊เบ๊ เบ็ดเสร็จ 40 นาที ร้อนใช้ได้ เหงื่อซกเลย ไปถึงก็ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน แล้วขึ้นไปรอหมอเรียก

ไปถึงบ่ายสอง แต่กว่าจะได้เข้าห้องฝัง(เข็ม) ก็ 14:40 แถมนอนรอฝัง(เข็ม) อีกเกือบ 20 นาที เฮ้อ เบ็ดเสร็จ กว่าจะเสร็จก็เกือบ 4 โมงเย็น แถมวันนี้ทำไมค่าเข็มมันแพงขึ้นมาตั้งหลายสิบบาทฟะ มา 3 ครั้ง จ่ายไม่เคยเท่ากันเลย แต่ฝังเข็มเท่า ๆ เดิมนะ (หรือมีเพิ่มหว่า)

ขากลับก็เดินไปทางโลตัสพระราม 1 ก็ไม่ไกลมา 2 - 3 ป้ายรถเมล์เอง ตอนแรกกะจะกลับบ้าน แต่ไป ๆ มา ๆ 4 โมงเย็น กลับตอนนี้ท่าทางรถจะติด ซื้อของโลตัสแล้วกลับหอดีกว่า

ไปโลตัส ตอนแรกกะจะทำข้าวซอย ก็เดินดูโน่นนี่ ได้น่องสะโพกไก่มา 2 ชิ้นใหญ่ ๆ ไม่ถึง 30 บาท ถูกจัง แล้วก็ได้กะทิ น้ำปลา ผักกาดดอง ซอส โยเกิร์ต ไส้กรอก มันฝรั่ง มะเขือเทศ หัวหอม แครอท เบ็ดเสร็จหมดไป 301 บาท

แต่ซื้อมาไม่ได้ทำข้าวซอยหรอก เพราะไม่มีผงข้าวซอยขาย แปลกดี เห็นที่วิลล่ามี แต่โลตัสไม่เอามาขายเลย เฮ้อ ห้างใหญ่ ๆแต่เอาพวกขายดี ขายไม่ค่อยดีไม่เคยวาง

ขากลับไปขึ้นสาย 67 รอนานมาก จะห้าโมง เวลาเร่งด่วน แต่ไม่มีมาซักคันรอไปเกือบครึ่งชั่วโมง หนักก็หนัก เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว เลยซัดอะไรที่ซื้อมากินไปก่อน

กลับมาถึงไม่ไหว เลยปอกแอปเปิลกินเป็นข้าวเย็นซะ ตอนแรกจะราดด้วยโยเกิร์ต แต่ไม่หละ กินเปล่า ๆ กับไส้กรอกดีกว่า ก็อร่อยดี ไม่ต้องมีน้ำสลัดโยเกิรต์ราด

กินเสร็จก็ อืมม ทำไรดี วันนี้แฟนไปเลี้ยงส่งเพื่อนกลับดึก เที่ยงคืนโน่นเลย ก็เลยทำ shishu ฟักทอง (คล้ายซุปฟักทอง) ซื้อจากญี่ปุ่นมาพักใหญ่แล้ว ก็ต้มแบบทำซุปไก่ เอาสะโพกไก่มาหั่นให้เล็ก แล้วต้มไปพร้อมกับหัวหอม แครอท มันฝรั่ง พอต้มจนสุกก็ใส่ชิชูก้อน แต่วันนี้ดันใส่น้ำเยอะไป เหลวใส เหมือนซุปไก่จริงๆ  แถมออกจืดต้องเพิ่งรสดี แล้วก็เคี่ยวต้มต่อไป

ดึก ๆ ก็หิวอีกแล้ว แอปเปิลสองลูกนี่ไม่อยู่จริง ๆ เลยตักซุปมากิน อืมม อร่อยกว่าที่คิด แล้วก็นั่งคุยกะเพื่อนต่อ

วันนี้สรุปแฟนกลับมาเที่ยงคืนครึ่ง แต่เรากว่าจะได้นอนตีหนึ่งกว่า วันนี้ไม่ได้พักอไร เหนื่อยทั้งวัน แต่นอนไม่หลับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นมาหุงข้าวให้แฟนก่อนไปทำงาน แล้วก็ต้องอุ่นซุปฟักทองไก่กิน

edit @ 26 Jun 2009 21:23:10 by I'm not perfect life

ไดอารี่ 24 มิ.ย. 52

posted on 25 Jun 2009 09:21 by anata9  in Diary

24 มิ.ย. 52 (พุธ)

วันนี้วันเกิดครบรอบอีกปี เย้ ๆ แก่ขึ้นอีกปีแล้ว ดีใจทำไมเนี่ย ตอนเช้าตื่นมา เอาข้าวผัดที่เหลือเมื่อคืนมาอุ่นกิน แล้วก็เผื่อแฟนด้วย ตอนเช้าจะได้ไม่เสียตังก์ค่าข้าว

ช่วงเช้าพยายามนั่งแปลเปเปอร์ แต่ก็แค่เกือบเสร็จบทคัดย่อ เฮ้อ ขี้เกียจจริงๆ ตอนเที่ยงก็กินข้าวผัดที่เหลือเมื่อเช้าต่อ ประหยัดได้สองมื้อกับอาหารง่าย

พอบ่ายน้องที่ทำงานก็โทรมาอวยพรวันเกิด ตอนนั้นหลับไปแปปนึงแล้ว แต่ก็ตื่นมา บ่ายสองก็เลยเดินเอาเงินสดไปเข้า แล้วไปเดินรอบวัง เดินไปชั่วโมงครึ่ง รอบวังหนึ่งรอบ เหนื่อยดี แต่ก็ถือว่าออกกำลังกาย ตอนเดินก็รู้สึกวืด ๆ สงสัยนอนเยอะไป ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย กลับมาถึงห้องก็บ่ายสามครึ่งนั่งทำงานแปปนึง ก็เล่นเนตต่อ

พอห้าโมง ที่ทำงานพี่อีกคนก็โทรมาถามอาการแล้วก็อวยพรวันเกิดกัน

ห้าโมงครึ่ง นัดแฟนไปกินข้าวแถวอารีย์ นัดไว้หกโมงครึ่ง ก็เลยออกตอนนี้แหละ ไม่ได้นั่งรถเมล์ขี้เกียจ เลยเดินไป เดินไปทางกระทรวงการคลังแล้วออกทางราชครู ก็ไม่ไกลมาก แค่ 40 นาที (อาจจะพอ ๆ กับนั่งรถเมล์ตอนติด ๆ ก็ได้) ข้อเสีย ในซอยนั้นฟุตบาทเดินลำบาก แต่ก็ยังพอเดินได้

ไปถึงก็เดินดูของในวิลล่าก่อน วันนี้เห็นคนทำข้าวซอยไก่กิน ทำง่ายมากเลย แค่กะทิ ผงข้าวซอย หอมแดง มะนาว ผักกาดดอง แล้วก็เส้น ทำไมง่ายอย่างนี้ วันหลังทำให้แฟนกินดีกว่า

พอหกโมงสี่สิบแฟนก็มาหา แล้วพาไปกินร้าน "ส้มตำบางกอก" ก็เดินไปในซอยอารีย์ไม่ลึกมาก ร้านก็ดูโอเค ราคาก็อยู่ในข่ายแพงนิดหน่อย แต่ก็ไม่แพงมากในบางรายการ

วันนี้มีสั่งไป 5 รายการ ก็มี

ต้มแซบกระดูกอ่อนหมู, ไก่ย่าง, ยำปลาดุกฟู, ส้มตำคอหมูย่าง แล้วก็ปลากระพงราดน้ำปลา

ต้มแซบอร่อย ทานตอนร้อน ๆ เยี่ยมเลย แต่หมูให้มาน้อย หรือแฟนเรากินหมดหว่า

ไก่ย่างใช้ได้นะ หนังกรอบอร่อย

ยำปลาดุกฟู ให้ตกเลย ทอดมาแบบ อะไรฟะเนี่ย เกือบร้อยบาท แต่คุณภาพแมร่งงง ห่วยแตก คือมันไม่เป็นแพ เหมือนเป็นเศษ ๆ แป้งทอดคลุกปลาดุกฟู ดีอยู่อย่างเดียวคือให้น้ำราดมาเยอะมาก

ส้มตำคอหมูย่าง มาท้ายสุดเลย สงสัยกำลังปลูกมะละกอหรือไม่ก็ย่างคอหมูย่าง จานนี้ธรรมดา ส้มตำน้ำท่วมทุ่งแบบว่าไม่ชอบอยู่แล้ว แต่ทานได้ ผักสดดี

ส่วนปลากระพงราดน้ำปลา เค้าเอาปลาทอด 1 ตัว น้ำปลา 1 ถ้วย น้ำพริกแดง 1 ถ้วยมาวางให้ ผักสดมีนิดนึง รองมาใต้ปลา เอ้อ ปลาทอดมากรอบใช้ได้ แต่น้ำปลาราดไม่ไหว ๆ ผักน่าจะให้มากกว่า ไม่รู้ดิ สงสัยชอบกินแบบปลาทอดสมุนไพรมั้ง พวกถั่ว ตะไคร้ทอด อร่อยหอมกว่าเยอะ ดีนะมีน้ำราดของยำปลาดุกฟู เลยเอามาราดแทน

เบ็ดเสร็จ 715 บาท มีข้าวเปล่าถ้วยนึง น้ำเปล่า 2 ขวด ทิปไปอีก 40 บาท จริง ๆ ทิปแมร่งก็ไม่อยากให้

แบบว่า แค่น้ำเปล่าอะครับ น้ำในแก้วสองคน เหลืออยู่ติดก้นแก้ว ท่านพี่คิดจะเดินมถามหน่อยมั้ย  น้ำเปล่าที่เอามาให้ก็เอามาให้แค่ 1 ขวดเล็ก หมดไม่ถาม น้ำแข็งไม่เติม เราก็นั่งรอจนกินไปเรื่อย ๆ มีโต๊ะข้าง ๆ ก็มานั่งกิน เดินมาเห็นก็ถามหน่อยเหอะ ว่าจะรับมั้ย  กับข้าวก็ยังเหลือตั้งแยะ นั่งกินกัน บริกรก็เยอะนะ คนก็ไม่แน่น มีลูกค้าแค่สองสามโต๊ะ

สรุปว่าอิ่มนะ แต่ถามว่าถูกใจมั้ย ไม่รู้ดิ ราคาขนาดนี้ อยากได้การบริการมากกว่า

กลับมาถึงแฟนก็หลับไปเลย สงสัยอิ่มจัด ส่วนเราก็รอ ๆ จนห้าทุ่มหนีไปอาบน้ำดีกว่า ไม่ไหว ร้อนด้วยเหนียวตัวด้วย เฮ้อ เป็นวันเกิดที่คิดว่าดีอีกวัน (ปีที่แล้วแฟนพาไปแถวซังฮี้ บรรยากาศดีนะ อาหารแพงพอ ๆ กัน นาน ๆ ที)

ไดอารี่ 23 มิ.ย. 52

posted on 24 Jun 2009 10:16 by anata9  in Diary

23 มิ.ย. 52 (อังคาร)

วันนี้ตื่นเช้าอีกแล้ว ไม่รู้ทำไมตื่นเช้ามาก ทั้ง ๆ ที่ว่าก็นอนดึกนะ เที่ยงคืน เพราะยาสเตอรอยด์ที่ทานเปล่าน้อ

ตื่นมาวันนี้ นัดน้องจะไปฝังเข็มตอน 7.30 น. แต่มันโทรมาตอนนั้นว่าเพิ่งตื่น ดีจริง ๆ เราก็เลยมีเวลาทำข้าวเช้ากิน ทำง่าย ๆ เอามะเขือเทศหั่นลูกนึง ใส่แคนตาลูป มะละกอ แล้วก็ไข่ต้ม ราดด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ กลายเป็นสลัดไข่ต้มตอนเช้าง่าย ๆ

กินเสร็จอาบน้ำ น้องก็โทรมาว่าเอารถมารับแล้ว ก็นั่งไปหัวเฉียวกัน ไปถึงก็ยื่นบัตร ชั่งน้ำหนักวัดความดัน แล้วก็ขึ้นไปให้หมอเอาเข็มมาฝัง

ระหว่างฝัง หมอก็คุยกะน้องเป็นภาษาจีน เราฟังไม่ออกหรอก แต่ก็สรุปมาได้ว่า โรคของเราเหมือนมีไวรัสอะไรซักอย่างไปทำให้การสื่อสารของสมองมีปัญหา ปกติ การสื่อสารจะใช้น้ำในการรับส่ง ตอนนี้ในส่วนการควบคุม (ส่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อ) มันไม่ดี ต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ จะได้ช่วยขับอะไรราว ๆ นี้ แล้วก็ฝังไป วันนี้หมอทำช้า เพราะคนเยอะมั้ง น้องบอกว่าข้างนอกรอกันตรึม จริง ๆ แปปเดียวเสร็จนะ วันนี้ล่อเป็นชั่วโมงเลย

ทำเสร็จก็สิบโมงกว่า ตัวน้องเค้าหิวเลยไล่ไปกินข้าวเช้า ส่วนเราฝังเสร็จก็ตามไปกินเย็นตาโฟ ชามละ 30 บาท แต่ให้เครื่องเยอะดี แต่กินข้าวเที่ยงตอนสิบโมงครึ่ง เลยไม่รู้สึกเท่าไหร่ ก็พยายามกิน กินเสร็จก็ซื้อมังคุดมา 2 โล 40 บาท ก็ไม่ถูกไม่แพง แต่อร่อยใช้ได้

กลับมาถึงห้องก็สิบเอ็ดโมงแล้ว ก็นั่งเล่นเนตแปปนึงก่อน แล้วก็กินมังคุดไปนิดหน่อย แล้วก็ทานยาตอนเที่ยง

ตอนบ่ายก็เริ่มเอางานออกมาทำ โดนน้อง ๆ ถามโน่นนี่เรื่องงานด้วย ตูคนป่วยนะ ฮิฮิ

บ่ายสี่โมงก็มาแอบงีบหน่อย ไม่ไหว ๆ ปวดหัวเหลือเกิน สบายแล้วนะเนี่ยหยุดงาน อยากหยุดอย่างนี้ตลอดไปจัง อิอิ แต่เดี๋ยวไม่มีกิน

ห้าโมงกว่าตื่นมาก็ต้มมาม่ากินอีกแล้ว ไม่รู้ทำไร ก็เอาพวกลูกชิ้นกินให้หมดซักที เสร็จแล้วก็เดินออกไปซื้อไข่ กลับมาเจอแฟนก็ซื้อมาแพคนึง กรรม ซื้อมาชนกันมี 20 ฟองเลย

หลังจากนั้นก็ทำข้าวผัดหมูยอ แต่ก็ใส่พวกกระเทียม หัวหอม หอมใหญ่ ทำแบบผัดรวดก็ง่ายดี ข้าวหลายวันแล้ว รีบ ๆ เคลียร์ให้หมด จะได้หุงข้าวกล้องซักที แต่ผัดไปก็ร้อนไป เหงื่อออกมากเลย แต่ทำเสร็จก็โอเค ง่ายดี กินเหลือไว้พรุ่งนี้เช้าอีก ประหยัดตังก์ค่าอาหารได้สามสิบบาท

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก คุยกับน้อง ๆ ในเนต แล้วก็แปลงานเปเปอร์ต่อ เหนื่อยจัง ยากด้วย วันนี้ตาไม่ค่อยเบลอ พยายาหยอดตาบ่อย ๆ ด้วย จะได้ตาไม่แห้ง

อืมม อีกอย่าง วันนี้ตอนไปเดิน รู้สึกลอย ๆ ไม่รู้เพราะทานยาด้วยหรือเปล่า kurushii ตอนเดิน แต่พอไม่ทานยา ต้องดูสภาพตอนนั้นอีกว่าเป็นไง

 เพิ่มเติม วันนี้มีข่าวดีตอนเที่ยง กูเกิลที่เคยแบน Adsense ไป คืนสิทธิ์กลับมาแล้ว เงินที่ทำไว้ก็ไม่หายไปแม้แต่เซนต์เดียวด้วย ดีใจจริง ๆ อาจจะได้ช้าไป ๑ เดือน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ โคตรดีใจเลยย เย้ๆๆ มีตังก์มาจ่ายค่าหมอแล้ว

edit @ 24 Jun 2009 10:24:58 by I'm not perfect life

ไดอารี่ 22 มิ.ย. 52

posted on 23 Jun 2009 06:28 by anata9  in Diary

22 มิ.ย. 52 (จันทร์)

วันนี้ตื่นมาหกโมงกว่าเจ็ดโมง ทำข้าวต้มทานไว้ เพราะวันนี้ไม่ต้องไปทำงาน ได้พักยาว 1 สัปดาห์ เมื่อคืนนั่งทำการบ้านจนถึงเที่ยงคืนกว่า ตอนเช้าก็ยังไม่ได้คุยกับแฟน สงสัยยังน้อยใจ ฮ่าฮ่า

ทำข้าวต้มเสร็จ ก็กิน กินเสร็จก็ทานยา วันนี้ตาเบลอมาก เหมือนเช็ดขี้ตาไม่หมด พอแปดโมงก็ปลุกแฟนไปทำงาน ขี้เซาเป็นลิงจริง ๆ แฟนเรา

พอแฟนไปก็นั่งทำการบ้านต่อ แก้ปัญหาที่อ่านโจทย์ไม่เคลียร์ ก็นังทำไปถึงเที่ยง ก็กินข้าวต้มที่เหลือ แล้วกินยา แล้วก็นอนพักไปซักแปป

พี่่ไร้ท์ก็โทรมาเรื่องยาหม้อ ก็มาแนะนำ อืมม เราก็อืม ๆ  ส่่งมาก็ได้ แต่จะได้ซื้อมาทำหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง

นอนไปซักแปป ที่บ้านโทรมา ก็คุยยาว บอกว่าจะซื้อโน่นนี่เข้ามา ก็มีทุเรียน ผลไม้ ผัก ไข่ จะเอามาให้ตอนเย็น หลังจากนั้นก็มานั่งเล่นเนตต่อยาวถึงห้าโมง ก็ทำข้าวเย็น ต้มมาม่าต่อ ก็กินง่าย ๆ แต่วันนี้ช่วงบ่ายหิวจนไม่ไหว สงสัยกินน้อยไป หรือเพราะยาก็ไม่รู้ เลยปอกผลไม้กินตลอดบ่ายเลย

ตอนเย็น กินเสร็จ ก็ปวดท้อง สงสัยท้องว่างจัด ดังนั้นเลยนอนซะ (อ้วนเลย) ตื่นมาสองทุ่มครึ่ง น้องเอาของมาส่ง เอ๊ะเปิดดู ไข่ไก่ไม่มี กะหล่ำปลีไม่มา ผักกาดขาวก็ไม่เห็น ไรฟ้าาา สงสัยต้องเดินไปตลาดเองแหง ๆ เฮ้อ แต่ช่างมัน ได้ทุเรียนมาพูนึง ก็กินอร่อยไปเลย แต่สุกไปหน่อย

พอเสร็จ ก็นั่งคุยกับเพื่อนในเนต คุยเรื่องการบ้าน ก็แนะนำไปบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้ว เริ่มมีประสบการณ์กัน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเริ่มสรุปการบ้านแหละ มีเวลาว่าง 1 สัปดาห์ รีบทำดีกว่า

 อาการของโรค ก็ยังทรงอยู่ ไม่รู้สึกว่าจะแย่ไป อะไรยังชาก็ยังชาเหมือนเดิม ดีขึ้นน่าจะเป็นริ่มฝีปากล่าง ความรู้สึกคือไม่ลีบ แต่ทั้งน้องทั้งแฟน ทักว่าหน้าบวม กินเยอะ หรือเพราะยาเสตอรอยด์หนอ

แต่เมื่อวานว่าไม่ได้ทานน้ำมาก แต่ปัสสาวะบ่อยมาก ๆ เพราะไรหว่า วันนี้พอแฟนกลับมาตอนสี่ทุ่มครึ่ง ก็คุยกันบ้างแหละ อาบน้ำด้วยกัน อิอิ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็วันเกิด จะพาเราไปไหนหนอ ได้หยุดด้วยสบายเลย อยากออกไปเที่ยวจัง ไปเดินดูหนังสือ

ไดอารี่ 19 - 21 มิ.ย. 52

posted on 22 Jun 2009 09:05 by anata9  in Diary

19 มิ.ย. 52 (ศุกร์)

วันนี้ตื่นแต่เช้าเลย ออกจากห้องตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ๆ ถึงออฟฟิสแปดโมงกว่า ๆ ก็คนแรก ไปถึงก็อุ่นข้าวเช้ากิน (ไมโครเวฟที่ห้องเสีย เลยต้องมาใช้ที่ทำงาน) กินเสร็จก็ทานยา แล้วก็นั่งทวนงาน

ตอนเช้าพอหัวหน้ามาก็เข้าไปคุย สรุปว่าให้เราหยุดพักผ่อน 1 สัปดาห์เลย เค้าก็ลองโทรถามหาเพื่อนเค้าที่เคยเป็นโรคเดียวกันว่าทำไง เพื่อนเค้าไปฝังเข็มที่สมิติเวช แต่ครั้งเดียวหายเลย น่าอิจฉาเนอะ สงสัยไม่เป็นหนักมาก

ส่วนเรา ปากขยับไม่ได้แล้ว อิอิ กินอะไรก็ลำบาก หูอื้อด้วย ได้ยินเสียงอะไรดัง ๆ กังวานในหูตลอดเลย

ตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จก็มาส่งงานให้หัวหน้า (ก่อนจะกลับยังสั่งงานอีกนะเนี่ย) พอนั่งซักบ่ายสองหัวหน้าก็มาโล้งเล้งให้เรากลับได้แล้ว เลยเก็บกระเป๋ากลับห้อง ขากลับขึ้นรถฟรีไปท๊อปแล้วซื้อพวกนมพวกกับข้าวเข้าห้องก่อน 

กลับมาก็เกือบห้าโมง เลยต้มมาม่ากินแบบง่าย ๆ เป็นข้าวเย็นซะ แล้วก็รอแฟน ไม่มีอะไรมาก พรุ่งนี้ต้องมีเรียนอีก

อืมมม วันนี้มีสอนน้องเรื่องงานที่จะต้องส่งภายในคืนนี้ เจ้าช่างกล้าเสียจริง จะส่งอยู่แล้วยังไม่เสร็จ อิอิ

 

21 มิ.ย. 52 (เสาร์)

เช้านี้ก็กินขนมปังกับนมเป็นอาหารเช้า แล้วก็ออกไปเรียนป.โท ที่จริงตื่นแต่เช้าแหละ แต่อิดออดเลยออกซะสาย ถึงมหาลัยก็ 9 โมง เลยแวะเข้าห้องสมุดไปยืมหนังสือก่อน แล้วค่อยขึ้นเรียน ขนาดไปช้านะเนี่ย อาจารย์ยังมาสายเลย แต่วันนี้ไม่ได้สอนเลทมาก สอนชีทไม่จบด้วย

ตอนกลางวันก็ไปกินข้าวกับเพื่อน ก็อาการงี้เลยทำให้การกินช้าลง แต่เพื่อน ๆ ก็ยังรอ เสร็จแล้วก็ไปดูหนังสือที่ร้านหนังสือในมหาลัย ก็แนะนำหนังสือที่คิดว่าจะได้ใช้ ก็อยู่ที่แต่ละคนว่าจะซื้อหรือเปล่า

ตอนบ่ายเรียนสถาปัตย์คอม แลกคาบกับวิชาโปรแกรมภาษา อาจารย์ก็ยังคงใจดี ใจเย็น สอนทวนเรื่อง MIPS อีกรอบ โอ้วสุด ๆ เลย สามอาทิตย์ ยังวนเรื่อง MIPS ไม่ไปไหน ถ้าเป็นตอนป.ตรี สงสัยเข้าเรื่องโน่นนี่ไปแล้ว

ตอนเย็นก็ไปงานเลี้ยงรับป.โทใหม่ ก็ไปกับป๊อบ เพื่อนเอารถมา ก็นั่งไปเกือบคนท้ายสุด ก็นั่งโต๊ะสุดท้ายไม่ค่อยมีคน อาหารเลยกินได้เต็มที่เลย วันนี้เพื่อน ๆ คงสังเกตุการพูดเราแล้วก็เลยทักกันว่าเป็นอะไร ก็บอกไปตามความจริง จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก คิดอ่านเหมือนเดิม เพียงแต่พูดลำบาก เพราะขยับปากไม่ได้ แถมวันนี้ก็ยังโดนแกล้งซะเต็มเปี่ยมเลย ลืมเอายามากินด้วย เลยได้กินตอนขากลับ กลับถึงหอ 4 ทุ่ม

 

21 มิ.ย. 52 (อาทิตย์)

ตอนเช้าโดดเรียนเพื่อไปโรงบาลหัวเฉียว ไปลองฝังเข็มดู ก็โดนไปที่หน้าน่าจะ 9 - 10 เข็ม แล้วก็มือซ้ายอีก 1 เข็ม ฝังเสร็จก็ปล่อยกระแสไฟอีกครึ่งชั่วโมง เจอค่าใช้จ่ายไป 430 บาท (ค่าฝังเข็ม 350.- ค่าเข็ม 50.- ค่าอุปกรณ์ 30.-) ตอนขาไปก็ไปกับแฟน ขากลับกลับแฟน เอาแต่นั่งแทกซี่ เปลืองจริง ๆ ไปกลับ 120 บาท เฮ้อ

กลับมาที่ห้อง ก็ไปกินต้มเส้น แหนมเนือง ก็อร่อยดี เบ็ดเสร็จ 135 บาทมั้ง เฮ้อ เหนื่อยจัง กินเสร็จก็มานั่งพักรอทานยา แล้วก็ไปเรียนคาบบ่าย ตอนบ่ายเรียน Security ก็อาจารย์สอนช้าลง แต่ก็ใช้เวลาภายใน 2 ชั่วโมง พอจบก็เอาเปเปอร์ถามอาจารย์ว่า เอามาทำรายงานได้มั้ย อาจารย์ก็โอเค เลยกลับ

ขากลับก็กะจะไปพญาไทเลย แต่ไป ๆ มา ๆ ถึงเร็วกว่าที่คิดเกือบสองชั่วโมง เอ่อ เลยไปนั่งรอแฟนที่บิกซี่ แฟนก็มาซะสายเลย แถมตอนเดิน ก็เดินหนีไปไหนไม่รู้ ไม่ยอมเดินตามหา เราก็เลยปิดมือถือทิ้งซะ เซ็ง ถ้ามือถือแบตหมด ไม่ต้องติดต่อกันเลยเหรอ บอกไปดูมือถือ เราก็เดินแถวนั้นสุดท้ายหายหัวไปเลย รอเกือบชั่วโมง หิวก็หิว ยาก็ต้องกินหมอก็ต้องไปหา เลยไปรอที่ป้ายรถเมล์อีกครึ่งชั่วโมงแล้วไปโรงบาล

วันนี้หาหมอ หมอบอกว่า สภาพโดยรวมโอเค อาการเป็นหนักขึ้นหลังจากออกจากโรงบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตายังเปิดอยู่ราว 5 มม. ปากยังขยับไม่ได้ แต่ก็ยังให้ยาสเตอรอยด์มา แต่คงให้อาทิตย์นี้แหละ อาทิตย์หน้าคงงดหรือลดลง ก็ให้ตามสูตรการแพทย์ คือให้สเตอรอยด์ 2 สัปดาห์ติดไปก่อน แล้วค่อย ๆ ลดลง 

หาเสร็จก็เดินกลับมาทางอนุเสาวรีย์ เข้าท๊อป ได้มะละกอกะแคนตาลูปกลับมา แล้วก็กลับหอ กลับมาก็ไม่ได้คุยกับแฟนเลย เซ็งมัน มันก็คงเซ็งเราเหมือนกัน ทิ้งแฟนเดินไปโน่นนี่ ไม่เดินตามหา ก็ช่างมันเหอะ 

เสร็จแล้วก็นั่งทำการบ้าน จนถึงเที่ยงคืน เฮ้อ เหนื่อยจัง ยังไม่เสร็จ เพื่อน ๆ ในคลาสก็บอกให้เราพักผ่อน ๆ อิอิ แต่ติดลมบนแล้วหละ ทำไงได้

ไดอารี่ 16 - 18 มิ.ย. 52

posted on 18 Jun 2009 16:50 by anata9  in Diary

16 มิ.ย. 52 (อังคาร)

วันนี้ก็ถ่อสังขารไปทำงาน อาการปากเบี้ยวก็ยังคงอยู่ แต่ก็ไป เพราะวันพฤหัสต้องลางาน ไม่อยากลาบ่อย แถมวันนี้ไปก็ไม่ค่อยมีงานอะไรเท่าไหร่ หัวหน้าไม่อยู่กัน

อาการวันนี้เพ่งคอมแล้ว น้ำตาไหลเลย จ้องนาน ๆ ไม่ได้ อาการตาโปนกับปิดเปลือกตาไม่ได้ยังคงอยู่ การกินอะไรก็ลำบากมากขึ้น แถมเมื่อเช้ามาดู เอ่อ ไมโครเวฟเจ๊งอีก เซ็งเลย

กลับมาก็แฟนต้มมาม่ากับผักรวมอร่อยดี กินผักเยอะ ๆ แม้จะผักต้มมาม่าก็ตาม แต่ก็โอเคดีกว่ากินแต่มาม่าเปล่า ๆ ตอนเย็นวันนี้ กูเกิลส่งเมล์มาระงับบัญชี เฮ้อ ทำไมช่วงนี้ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ น้อ เลยลองยื่นอุธรณ์ไป ไม่รู้จะได้เปล่า

17 มิ.ย. 52 (พุธ)

วันนี้ก็ยังคงไปทำงาน ส่วนอาการยังดู ๆ แล้วทรง ๆ กับ ทรุด ๆ ไม่ค่อยรู้สึกว่าจะดีขึ้นเลย วันนี้ MSN แจ้งเพื่อน ๆ ว่าเพื่อนพงศ์จะแต่งงาน แต่ก็บอกเฉพาะเพื่อนสนิท ก็แล้วแต่ใครจะไปไม่ไป วันนี้มีคุยเรื่องงานเปเปอร์กับเพื่อนป๊อบด้วย ก็คุยว่าจะเอาไง ส่งเปเปอร์ที่ค้นได้ก็แชร์กัน อยู่กลุ่มเดียวกันแล้วนี่

ส่วนเรื่องงานก็ไม่มีอะไร หัวหน้ายังไม่มา อาการน้ำตาไหลน้อยลง แต่ก็ยังมีเวลาจ้องคอมนาน ๆ ไม่รู้จะทำงานไหวมั้ยเนี่ย

ตอนเย็นก็กลับบ้าน นั่งปอ.ถึงบ้านเลย ช้าหน่อยแต่สายเดียวถึงไม่ต้องต่อให้เมื่อย พอกลับถึงบ้าน พี่สาวกะน้องาสาวก็เริ่มบ่น หาว่าเราไม่ยอมดูแลรักษาตัว ก็ดูแลแล้ว ได้แค่นีแหละ แถมบอกจะให้เลิกเรียนป.โท หงะ พูดเหมือนเพื่อนที่ทำงานเลย

ก็บอกไปว่า ถ้าเลิกเรียน ป.โท (ซึ่งเรียน 2 วัน) กับลาออกจากที่ทำงาน เลือกลาออกดีกว่า ทำงาน 5 วัน เครียด ตั้งแต่เก้าโมงยังทุ่มนึง กับเรียนป.โท เครียดก่อนสอบ ตอนเรียนยังสบายๆ  แถมเรียนสองวัน ไม่ทำงานจะดีกว่ามั้ง แล้วคิดหรือ ลาออกจากป.โทมา อาการจะไม่เป็น ก็เนื้องานมันเครียดออกอย่างนี้ อนาคตก็ฟุบอยู่ดี แต่ตอนนี้ก็มีแต่เรื่องต้องใช้เงินนี่เนอะ เฮ้อ ปวดเฮด

18 มิ.ย. 52 (พฤหัสฯ)

วันนี้ไปทำเรื่องโอนบ้าน ก็ทำเรื่องกู้กับ ธอส. มาเรียบร้อย ส่วนเงินที่ขาดน้องสาวก็เป็นคนจัดการหา เบ็ดเสร็จ

กู้ได้ 1,020,000 บาท

แล้วเจอค่าประกันชีวิตอีก 40,000 บาท

ต้องหาตังก์เพิ่มอีก 80,000 บาท

เจอค่าโอนไปอีก 20,000 บาท

เจอเบี้ยบ้ายรายทางไปอีก 4,000 บาท

จริง ๆ ค่าโอนจะโดน 30,000 บาท แต่พี่ทำเรื่องซื้อขาย ก็ซิกแซกทำให้จ่ายเงินได้น้อยลงไปหมื่นนึง ก็ยังดี เพราะเงินสดขาดมือจริง ๆ แต่การกู้ซื้อบ้านครั้งแรก (แม้จะบ้านมือสอง) ก็ถือว่ารวดเร็วมาก 2 สัปดาห์สำหรับการกู้เพิ่ม แถมมีประกันชีวิต ตอนนี้เป็นอะไรไป บ้านหลังนี้ก็สบายแล้วหละ น้องสาวไม่ต้องจ่ายเองแล้ว ฮิฮิ

เสร็จจากโอนบ้าน ก็ไปโอนชื่อมิเตอร์น้ำมิเตอร์ไฟ ไม่เสียค่าโอนเลย แต่รอตอนไฟฟ้านี่แหละ นั่งหลับกันเลย แบบว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ไปไหนกันหมด สงสัยไปกินข้าว เพราะมาเร็ว ๆ ก็ตอนหลังเที่ยง ไม่มีอะไรเลย ทำ 5 นาที แต่รอเกือบชั่วโมง

กลับมาก็กินข้าวกินยา รู้สึกเวียนหัวไงไม่รู้ เพราะอะไรหว่า วันนี้เริ่มสังเกต ถ้าหลังอาบน้ำแล้ว รู้สึกอาการชาจะน้อยลง ขยับหน้าได้มากขึ้น ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่พอพูดไปเรื่อย ๆ อาการปากเบี้ยวยิ่งมากขึ้นแฮะ งงกับตัวเองดี นา เพิ่งผ่านมาไม่ถึง 1 อาทิตย์ ต้องรอไปอีก 2 - 3 อาทิตย์แหนะ ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง

ขากลับหอ ก็ทำแซนด์วิชไข่ดาวมาเป็นข้าวเย็น ประหยัดหน่อย แถมจิ๊กโฮล์วีทที่บ้านมาด้วย ตอนเย็นเดี๋ยวน้องก็เอาหนังสือเรียนกับน้ำถังมาส่งที่ห้องอีก ก็สบายอีกหลายอาทิตย์

เฮ้อ เหนื่อยกับชีวิตเนอะ